ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปลูกต้นไม้ในห้องนอนอันตรายไหม ?

เคยมีหัวหน้าเพื่อนที่หัวโบราณพอสมควร มาทักงานถ่ายโฆษณาและแสดงความไม่พอใจกับต้นไม้ในคลิป เพราะเข้าใจว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพเนื่องจากสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ตอนนอน แล้วสั่งให้แก้โฆษณาใหม่ ซึ่งเป็นความเชื่อแบบเดิมๆ ที่ผิด เพราะเหตุใดถึงปลูกได้

 

คาร์บอนไดออกไซด์ไม่สร้างตอนกลางคืน

เวลาที่ต้นไม้อยู่ในห้องนอนของเราในช่วงกลางคืนนั้น มันอาจสร้างคาร์บอนไดออกไซด์เพียงพอที่จะทำให้เราหายใจไม่ค่อยดี และอาจเกิดปัญหาได้ เพราะปกติแล้วต้นไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหายใจของโลก เมื่อต้นไม้สร้างพลังงานจากการสังเคราะห์แสงในช่วงวัน มันจะนำคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศและพลังงานจากการสังเคราะห์แสงเข้ามาในตัว

แต่ในช่วงกลางคืนที่ไม่มีแสงอยู่ ต้นไม้จะไม่สามารถสร้างพลังงานจากการสังเคราะห์แสงได้ ดังนั้น มันจะเป็นไปไม่ได้ที่ต้นไม้จะสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่มีผลต่อการหายใจของเราในช่วงกลางคืนนั่นเอง

ดังนั้น หากคุณต้องการเลี้ยงต้นไม้ในห้องนอนของคุณ ควรเลือกต้นไม้ที่มีผลกระทบต่อการหายใจน้อยที่สุด หรืออาจพิจารณาว่าจะเลี้ยงต้นไม้ในห้องอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ใกล้เตียงนอนของคุณและมีการหมุนเวียนอากาศที่ดีกว่า

 

ถึงปล่อยก็อันตรายน้อยกว่าคน

ตั้งแต่ตอนช่วงกลางวันที่มันทําอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงเนี่ย มันก็จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้มันปล่อยออกมา มันมีปริมาณน้อยมากๆ คือ ไม่ได้มีความสําคัญอะไรแต่อย่างใดเลย

มันก็เหมือนกับว่าถ้าท่านเอาคนอีกคนนึงมานอนอยู่ในห้องเดียวกัน คนๆนั้นก็จะต้องหายใจปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเหมือนกัน แล้วยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าต้นไม้ซะด้วยซ้ําไป เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วคงไม่มีใครเอาต้นไม้เบ้อเริ่มเทิ่มเข้าไปไว้ในห้องนอน อย่างน้อยอย่างดีก็อาจจะเป็นต้นไม้เล็กๆ ที่เอาไว้ประดับประดาตามมุมห้อง ตามมุมโต๊ะที่อยู่ในห้องนอนของท่าน หรือว่าอาจจะเป็นหัวเตียงอะไรอย่างนี้ ต้นไม้ขนาดเล็กเนี่ยมันปล่อยก๊าซคาร์บอนไซด์ได้น้อยมาก แล้วก็แน่นอนว่าถ้ามันปล่อยได้น้อยกว่าคนเนี่ย ก็ไม่มีความจําเป็นจะต้องกังวล

 

ต้นไม้บางชนิดปล่อยก๊าซทั้งคืน

ต้นไม้บางชนิดสามารถทำการสังเคราะห์แสงและปล่อยออกซิเจนได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เนื่องจากมีกระบวนการทางชีวภาพที่ทำให้สามารถสังเคราะห์แสงได้โดยไม่ต้องใช้แสงแดด เป็นต้นไม้ที่สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่มีความมืด

ในประเทศไทย มีต้นไม้หลายชนิดเช่นต้นนหางจระเข้หรือแอโรเบร่า (snake plant) หรือต้นหมากเหลืองที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่าอาเรก้าพาร์ม (Areca palm) ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีลักษณะพิเศษและสามารถปล่อยออกซิเจนได้ตลอดเวลาด้วยกระบวนการชีวภาพของต้นไม้นั้นๆ ดังนั้นการปลูกต้นไม้เหล่านี้ในบ้านหรือสวนก็เป็นเรื่องดีทั้งต่อสุขภาพและสวยงามของบ้านและสวนเราด้วยกัน

แต่ปริมาณ ออกซิเจน ที่ปล่อยมา ก็ไม่ได้มากเช่นกัน แค่ทำให้เราสบายใจขึ้นที่ได้เห็นต้นไม้ในห้องนอนมากกว่า

 

สรุป ปลูกได้ไม่ต้องกังวล

  • ต้นไม้ขนาดเล็ก ปล่อยก๊าซน้อยมาก ถ้าปลูกไม่กี่ต้นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนตอนกลางคืน
  • คาร์บอนไดออกไซด์ น้อยกว่ามีคนนอนในห้องเพิ่มอีก
  • ออกซิเจน อย่าหวังผลมาก ให้ได้แต่น้อย
  • เลือกต้นไม้ปลูกตามความชอบดีกว่า แต่อย่าเน้นปริมาณมากเกินไป เอาแค่พองาม
หากต้องการข้อมูลพวกปลูกต้นไม้ในห้องนอน ลองหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจดู มีกลุ่มคนไทยที่ชอบปลูกต้นไม้ในห้องนอนอยู่เยอะครับ ส่วนพวกที่เชื่อว่าต้นไม้ปลูกในห้องนอนไม่ได้ ก็พอๆ กับเรื่อง ผงชูรส ที่เคยเขียนนั่นแหละ

 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน (Oxygen Concentrator)

การผลิตออกซิเจนในบ้านสามารถทำได้โดยใช้เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถแยกออกซิเจนจากอากาศ ช่วยให้ผู้ที่มีออกซิเจนในเลือดต่ำสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น รวมถึงคนวัยทำงานที่เคยมีปัญหาจากฝุ่น ปอดอักเสบจากโควิด หรือ โรคประจำตัวต่างๆ แม้แต่ออกกำลังกายบ่อย นอนไม่พอเพราะหายใจติดขัด ก็สามารถใช้เครื่องชนิดนี้ได้ ควรปรึกษาแพทย์กับทีมงานก่อนเพื่อทำความเข้าใจถึงเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้น วิธีการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน หลัก ๆ ก็จะมีปุ่มเปิด ปิด ปุ่มปรับอัตราการไหลของออกซิเจน ช่องที่ออกซิเจนออกมีที่วางสําหรับกระป๋องที่เพิ่มความชื้นให้กับอากาศที่เราหายใจ มีกระป๋องเพิ่มความชื้นสําหรับอากาศ กระป๋องบนเครื่องโดยปกติจะต้องเติมน้ำ ควรเป็นปราศจากเชื้อ แต่ถ้าในกรณีจําเป็นเราสามารถใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดมาใช้แทนได้ เมื่อเปิดออกมาแล้ว ฝาให้หงายขึ้น เติมน้ำ เติมน้ำประมาณ 3 ใน 4 ของกระป๋อง ไม่จําเป็นต้องเติมให้เต็ม เพราะว่าระหว่างการทํางานของเครื่องอาจจะทําให้เกิดฟองของน้ำ และทําให้น้ำกระฉอกออกจากตัวกระป๋องได้ ปิดกระป๋องให้แน่นในแต่ละเครื่อง เขาจะมีท...

โรคลิ่มเลือดอุดตัน อันตรายในทุกวัย

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism: VTE) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีความเครียดหรือเครียดเรื้อรัง ส่วนใหญ่จะพบได้ในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 30 ปี แต่ก็มีผู้ที่อายุน้อยกว่านี้ที่พบเจออาการลิ่มเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งสาเหตุของอาการนี้เกิดจากการที่หลั่งฮอร์โมนอย่างไม่เหมาะสม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลของฮอร์โมนในระบบการทำงานของร่างกาย อาการลิ่มเลือดนั้นอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างมาก รวมถึงอาจเสียชีวิตอย่างคาดไม่ถึง   สาเหตุของลิ่มเลือดอุดตัน 1. ผนังหลอดเลือดผิดปกติ ผนังหลอดเลือดที่มีคราบไขมันเกาะอุดตันหรือเสียหาย สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ นอกจากนี้ การเจ็บปวดเพราะบาดแผลหลังการถูกมีดบาด หรือการผ่าตัดบางอย่าง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำได้ 2. การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ปกติ สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้การบีบตัวของหัวใจในการส่งเลือดขาดความต่อเนื่อง เกิดจากตัวผนังหลอดเลือดมีความโป่งพอง ทำให้เมื่อหัวใจบีบเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกา...

ข้อเสียของคีโตเจนิค และแนวทางรับมือ

ตอนที่ผมทำคีโต เรื่องข้อเสียเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลกันมาก เห็นมีคนถามมากมาย เช่น หลายคนเกิดอาการป่วยแบบ Keto Flu บ้างก็ไม่ติดสถานะคีโตสักที โดยส่วนตัวไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ากังวลขนาดนั้น แค่ต้องศึกษาให้ดีก่อน ไม่ใช่โหนกระแสจนไม่รู้อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ของคีโต   ข้อเสียและอาการข้างเคียงของคีโต ผลข้างเคียงของการกินอาหารคีโตเจนิคประกอบด้วย การนอนไม่หลับ กลิ่นปากแรงขึ้น ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับ ไต โรคหัวใจ คนที่มีโรคทางการแพทย์บางประการ เช่น โรคตับหรือโรคไตควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารคีโตเจนิค ในการลดน้ำหนักด้วยการบริโภคอาหารคีโตเจนิค ควรเลือกบริโภคอย่างเหมาะสมและปลอดภัยโดยพิจารณาชนิดของกรดไขมัน เพราะมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและกระบวนการอักเสบในร่างกาย ควรเลือกบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ อาหารทะเล หรือเลือกแหล่งอาหารที่มีทั้งไขมันและโปรตีน เช่น ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน หมูยอ กุนเชียง ลูกชิ้น เพราะมีไขมันอิ่มตัวสูง ถึง...