ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิธีใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน (Oxygen Concentrator)

การผลิตออกซิเจนในบ้านสามารถทำได้โดยใช้เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถแยกออกซิเจนจากอากาศ ช่วยให้ผู้ที่มีออกซิเจนในเลือดต่ำสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น รวมถึงคนวัยทำงานที่เคยมีปัญหาจากฝุ่น ปอดอักเสบจากโควิด หรือ โรคประจำตัวต่างๆ แม้แต่ออกกำลังกายบ่อย นอนไม่พอเพราะหายใจติดขัด ก็สามารถใช้เครื่องชนิดนี้ได้ ควรปรึกษาแพทย์กับทีมงานก่อนเพื่อทำความเข้าใจถึงเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้น

วิธีการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน

หลัก ๆ ก็จะมีปุ่มเปิด ปิด ปุ่มปรับอัตราการไหลของออกซิเจน

ช่องที่ออกซิเจนออกมีที่วางสําหรับกระป๋องที่เพิ่มความชื้นให้กับอากาศที่เราหายใจ มีกระป๋องเพิ่มความชื้นสําหรับอากาศ

กระป๋องบนเครื่องโดยปกติจะต้องเติมน้ำ ควรเป็นปราศจากเชื้อ แต่ถ้าในกรณีจําเป็นเราสามารถใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดมาใช้แทนได้

เมื่อเปิดออกมาแล้ว ฝาให้หงายขึ้น เติมน้ำ เติมน้ำประมาณ 3 ใน 4 ของกระป๋อง ไม่จําเป็นต้องเติมให้เต็ม เพราะว่าระหว่างการทํางานของเครื่องอาจจะทําให้เกิดฟองของน้ำ และทําให้น้ำกระฉอกออกจากตัวกระป๋องได้

ปิดกระป๋องให้แน่นในแต่ละเครื่อง เขาจะมีท่อเพื่อต่อ ออกซิเจนจากเครื่องเข้าสู่กระป๋อง

โดยปกติ ออกซิเจนจากเครื่องหรือแหล่งกําเนิดอื่นๆ หรือว่าจะเป็นแท้งค์ก็ตาม จะเข้าทางด้านบน เพื่อผ่านท่อ ผ่านน้ำ แล้วไหลขึ้น

อุปกรณ์ที่จําเป็นต้องใช้ถัดมาก็คือว่า เป็นอุปกรณ์การให้ออกซิเจนไปยังผู้ป่วย ซึ่งจะมี 2 อย่าง
  • การให้ออกซิเจนทางจมูก
  • หน้ากากออกซิเจน
  • ส่วนถุงสํารองอากาศ หรือไม่มีถุงก็ได้
เวลาที่เราเลือกใช้แล้วแต่คุณหมอเขาแนะนํา คนไข้แต่ละท่านมีความจําเป็นในการใช้ออกซิเจนแตกต่างกัน การติดตั้งและวางเครื่องออกซิเจนในบ้าน วางในบริเวณที่ใกล้กับผู้ป่วย โดยตัวเครื่องไม่ควรอยู่ชิดกับผนังมากเกินไป เพราะว่าตัวเครื่องมีความร้อน ในบริเวณที่เราจะให้ออกซิเจนกับคนไข้ ต้องระวังพวกประกายไฟ สามารถจะช่วยให้ไฟติด แต่ออกซิเจนไม่ติดไฟ

การติดตั้งเตรียมใช้งาน

  • เริ่มแรกเสียบปลั๊ก เปิดสวิสต์ หาที่วางกระป๋อง
  • หาสายต่อมันจะมากับเครื่องเข้าทางด้านบนของกระป๋องน้ำ
  • ปรับอัตราการไหลของออกซิเจนตามที่แพทย์แนะนํา
ในการปรับอัตราการไหลมันจะมีลูกบอลสีดําหรืออาจจะเป็นสีอื่น ตัวลูกลอยให้อยู่ประมาณกึ่งกลางของตําแหน่งของขีดที่เราต้องการ หากมีลมออกมาทางด้านหน้าของกระป๋อง แสดงว่าออกซิเจนได้ออกมาเรียบร้อยแล้ว

ต่อสายผ่านจมูก

เวลาต่อสายออกซิเจนแบบผ่านจมูก ให้ต่อจากเครื่องก่อนไปหาคนไข้ เพราะถ้าต่อจากคนไข้ก่อนอาจจะไม่สบายจากความดันเครื่อง

วิธีการใส่อุปกรณ์ให้ออกซิเจนผ่านทางจมูกมี 2 วิธี

วิธี 1: ใส่แบบอ้อมหูมาทางด้านหน้า โดยการคล้องตรงบริเวณหูแบบนี้ ปรับความตึง ให้พอเหมาะ ไม่ตึงเกินไป

วิธี 2: จะเป็นการอ้อมไปทางด้านหลัง กดให้ แล้วก็ปรับระดับความตึงให้พอดี โดยให้สายอยู่บนหู ในลักษณะนี้ ข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่ง ตรงบริเวณของปลายของสายที่จะเข้าไปในจมูกของคนไข้ ในบางรุ่น ตรงปลาย 2 อันนี้ มันจะมีความโค้ง ความโค้งนี้เวลาเราใส่ ให้ความโค้งนี้ชี้ลงล่าง ไม่ใส่ ย้ายขึ้น เพราะว่ามันจะได้เข้ากับลักษณะของโพรงจมูก

 

คำถามที่พบบ่อย

รุ่น 3 ลิตรต่างจาก 5 ลิตรอย่างไร

ขนาด 3 ลิตร กับ 5 ลิตร ต่างกันที่ ความสามารถในการปรับอัตราการไหลได้สูงสุดต่อนาที ที่ยังคงให้ออกซิเจนระดับสูง ขึ้นกับสภาพของผู้ป่วย

ทำไมบางยี่ห้อไม่มีเครื่องผลิตออกซิเจน 3 ลิตร

ช่วงแรกๆที่เครื่องผลิตออกซิเจนเข้ามาจำหน่ายราคา จะค่อนข้างสูงมาก

ทางประเทศจีน จึงมองเห็นช่องทางการตลาดส่วนนี้ จึงผลิต 3 ลิตรเพิ่มขึ้นมาสำหรับผู้ป่วยที่อาจจะใช้บ้างหรือใช้น้อย  เพื่อขายได้ในราคาถูก

ส่วนทางอเมริกา-ยุโรป จะไม่มีเครื่อง 3 ลิตรออกมา เพราะเค้าถือว่าสเปคการใช้งาน ไม่ครอปคลุมที่จะใช้กับผู้ป่วย

ออกซิเจนแค่ไหนถึงเรียกว่าต่ำ

ออกซิเจนในเลือดต่ำ หรือ ภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxemia) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำน้อยกว่าร้อยละ 90-92 หากระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงมาก อาจทำให้อวัยวะในร่างกายไม่สามารถทำงานได้และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

เปลี่ยนน้ำบ่อยแค่ไหน

เติมเมื่อระดับของน้ำเกือบต่ํากว่าปลายของท่อที่ยื่นลงมา ก็ควรจะเติมน้ำ เพื่อให้ปลายท่อจมอยู่ใต้น้ำ

เราสามารถเปิดอัตราไหลออกซิเจนไปที่สูง ๆ เลยได้ไหม

ควรจะตามคําแนะนําของแพทย์ ไม่ควรปรับค่าเอง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในรุ่นที่พ่นยาได้

  • ในเครื่องบางรุ่น นอกจาก สามารถผลิตออกซิเจนได้แล้ว เค้ายังสามารถใช้พ่นยาได้ด้วย เพราะฉะนั้นจะสังเกตว่าตรงปุ่มทางด้านหน้า ตรงท่อทางด้านหน้า มันจะมีทางออก 2 ทาง
  • ถ้าเรากดปุ่มผิด ไปเป็นปุ่มพ่นยา แล้วเราไปเสียบท่อที่ปุ่มออกซิเจน อากาศที่ปุ่มออกซิเจนจะไม่ออกมา
  • เพราะฉะนั้นการใช้งานทุกครั้ง ต้องสังเกตว่ามีอากาศออกจากเครื่อง ในปุ่มที่ถูกต้อง และมีอากาศผ่านกระป๋องน้ำ และมีอากาศไหลสู่คนไข้

สิ่งที่ต้องเฝ้าสังเกตมีอะไรบ้าง

  • กรณีรั่วให้สังเกต ซึ่งจะได้ยินเสียงลมเล็กน้อย อาจสังเกตยากเพราะเครื่องผลิตออกซิเจนส่วนใหญ่จะมีเสียงในการผลิต
  • ระวังเรื่องไฟดับ ซึ่งอาจทำให้เครื่องหยุดทำงานได้ในบางเวลา
 

เครื่องผลิตออกซิเจนได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไวรัสระบาด ทำให้มีผู้ป่วยมากขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีในการผลิตก็สูงขึ้น ทำให้มีหลายรุ่นหลายราคาจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มีทั้งแบบซื้อขาดและเช่า ควรพิจารณาจากตัวแทนจัดจำหน่ายที่มีความรู้ความเข้าใจและสอบถามแพทย์เกี่ยวกับสเปคเครื่องที่ต้องใช้ เลือกซื้อสินค้าที่มีการรับประกันสินค้า เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพเพื่อคนที่คุณรัก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Intermittent Fasting คือ อะไร ?

  Intermittent Fasting (IF) หนึ่งในกระแสมาแรงที่พูดถึงกับบ่อยในเรื่องการดูแลสุขภาพ, ออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก น่าสนใจตรง เพียงแค่คุณปรับเวลาในการทานอาหาร จะมีผลต่อหลายอย่างในร่างกายแบบไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องการคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือ ใช้ความรู้สึก มีการทดลองจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้น รวมไปถึงระดับ นักแสดง ดารา แพทย์ นำมาพูดออกสื่อถึงกันบ่อย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน ทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ เอาง่ายๆ แค่ได้ยินว่า “ปรับเวลาทานอาหาร” ก็มีผลในการ “ลดน้ำหนัก” ได้ กระตุ้นต่อมความสนใจคนได้เยอะแล้วครับ แต่มีข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียง อะไรไหม ก็ลองมาดูรายละเอียดเบื้องต้นของ IF กัน   Intermittent Fasting คือ? ถ้าแปลตรงๆ จากภาษาอังกฤษ อาจฟังดูน่ากลัวหน่อย คือ “การลด (อด) อาหารแบบไม่สม่ำเสมอ” หรือ “ การอดอาหารเป็นพัก ๆ ” ซึ่งในทางปฏิบัติ Intermittent Fasting คือ “การปรับเวลา และลดมื้อในการทานอาหาร โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย” ทั้งนี้ ก็เพื่อจำกัดการใช้พลังงานที่ได้รับในแต่ละวันให้ลดลง (อีกชื่อ คือ int...

Intermittent Fasting อันตราย ? ทำอย่างไรจึงปลอดภัย

  คำถามโลกแตกเกี่ยวกับ Intermittent Fasting (IF) คือ อันตรายหรือไม่ ? แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้ว บางคนเรียกว่า “การอดอาหารเป็นพักๆ” (แต่จะฟังดูดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนจาก อด เป็น ลด) ในความจริง IF เป็นการอดอาหารบางมื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนบางตัวในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ถ้าทำแบบไม่ฝืนจะมีแต่ข้อดี แต่ก็มีคนจริงจังเกินไป จนเกิดผลเสีย เป้าหมายของ IF เพื่อสุขภาพ ถ้าเข้าใจหลักการจะมีความปลอดภัยมากขึ้น Intermittent Fasting อันตรายหรือไม่ ? ขึ้นกับความเข้าใจครับ ส่วนตัวผมคงตอบได้เต็มปากว่า “ไม่มีความอันตราย เป็นพิเศษ ” เพราะเป็นการปรับพฤติกรรมการกิน ให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย โดยหลักสำคัญสุดของ IF ที่ผู้เชี่ยวชาญรวมถึงแพทย์เฉพาะทาง ส่วนใหญ่ย้ำ คือ “สุขภาพ ต้องมาก่อน การลดน้ำหนัก” เสมอ ไม่ไหวก็หยุด ทางเลือกลดน้ำหนักมีหลายวิธี คนที่ใช้ IF แล้วเกิดปัญหาเท่าที่เห็น รีบอดอาหาร ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนเกิดโรคกระเพรา ไม่คำนวณพลังงาน จนสมองล้าตอนทำงาน งานเครียดมาก กระตุ้นต่อมความหิว กินโปรตีนแทน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน (ซึ่งร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานโปรตีน) กลายเป็นต้องการพลังงาน เห...

Keto Diet คือ อะไร ?

คีโต (Keto Diet) หรือ คีโตเจเนติก ไดเอ็ต (Ketogenic Diet) หนึ่งในกระแสมาแรงจากต่างประเทศหลังปี 2016 ทำให้ทั้งกลุ่มผู้ออกกำลังกาย เทรนเนอร์ นักกีฬา นักเพาะกาย หมอ นักข่าว รวมถึงพวกนักการตลาด ต่างต้องรีบจับกระแสให้ทัน แน่นอนกระแสมาในไทยเช่นกัน (แต่ปี 2018 ค่อนข้างดังแบบแง่ลบ) แล้วเจ้าคีโต มันแย่แบบที่สื่อและโซเชียลไทยแลนด์ กล่าวถึงหรือเปล่า ? ในที่นี้ มาทำความรู้จักกับคีโตแบบคร่าวๆ กันก่อน Keto Diet คือ อะไร Ketogenic Diet เป็นการลดน้ำหนักรูปแบบหนึ่ง ที่ได้สุขภาพด้วย มีหลักการทานอาหารแบบ “ เน้นไขมัน ลดโปรตีน คาร์โบไฮเดรตต่ำสุด ” และคุมแคลอรี่ระดับหนึ่ง อธิบายเข้าใจง่ายแบบกระชับ ก่อนอื่นทำความเข้าใจสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกันมานาน 2 เรื่องก่อน โปรตีนเป็นแหล่งพลังงาน ? ถูกสอนมาผิดครับ พลังงานโปรตีนร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้โดยตรง ซ้ำร้าย คือ ยิ่งกินโปรตีนเยอะ สามารถเพิ่มปริมาณอินซูลินได้อีก คนไดเอ็ตแบบกินแต่โปรตีนไม่กินทั้งไขมันและแป้ง ทำให้หิวมากขึ้นได้ มีสองอย่างที่ร่างกายดึงไปใช้ได้ คือ คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน ไขมัน คือ ต้นเหตุในการเพิ่มไขมัน ? จริงบางส่วน แต่ไม่โหดเท่าอี...