ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิตามิน C มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

เราเคยได้ยินคำว่า วิตามินซี กันบ่อย และสิ่งแรกที่นึกถึงต้องเกี่ยวกับฟันเพราะได้ยินมาตั้งแต่เด็กจนชิน เมื่อมีอายุมากขึ้น บ่อยครั้งก็จะได้รับคำแนะนำให้ทานวิตามินซีเพื่อผิวพรรณ แล้ววิตามินซีดีต่อผิวอย่างไร

 

คุณค่าของวิตามินซี

วิตามิน C เป็นแอนติออกซิแดนต์ที่เป็นสารต้านอนุมูลสูตรธรรมชาติ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากอนุมูลสูตร

นอกจากนี้ วิตามิน C ยังเป็นสารที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหนังเก่าและสร้างเซลล์ผิวใหม่

 

ประโยชน์ของวิตามินซี ต่อผิว

  1. ช่วยป้องกันความเสียหายจากแสงแดด
วิตามิน C เป็นสารต้านอนุมูลสูตรที่ช่วยป้องกันการเสียหายจากแสงแดดบนผิวหนัง แสงแดดสามารถทำให้ผิวหนังมีความเสียหายได้ และวิตามิน C จะช่วยป้องกันการเกิดความเสียหายดังกล่าวโดยการปกป้องผิวหนังจากอนุมูลสูตร
  1. ช่วยให้ผิวหนังเด้งและกระจ่างใส
วิตามิน C ช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวหนังเป็นอย่างยิ่ง คอลลาเจนช่วยให้ผิวหนังมีความเด้งเป็นธรรมชาติ
  1. ช่วยลดการเกิดสิวและเล็บแตก
การสร้างเซลล์ผิวหนังที่ดีและปกป้องผิวหนังจากการเสียหาย เป็นสิ่งสำคัญในการลดการเกิดสิวและเล็บแตก วิตามิน C ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังเพื่อช่วยลดการเกิดสิวและเล็บแตก
  1. ช่วยให้ผิวหนังสวยและแข็งแรง
การบำรุงผิวหนังด้วยวิตามิน C ช่วยให้ผิวหนังสวยและแข็งแรง วิตามิน C ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อผิวหนัง และช่วยให้ผิวหนังมีความชุ่มชื่นและสวยงามมากขึ้น  

อาหารที่มีวิตามินซิ

วิตามินซีเป็นวิตามินที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เพราะไม่สามารถสร้างได้ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงต้องได้รับจากอาหารตามธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

วิตามิน C สามารถได้รับจากอาหาร เช่น ผลไม้ เช่น แตงโม ส้ม และกีวี่ โดยเฉพาะส้ม วิตามิน C ยังมีอยู่ในผักสด เช่น ผักกาด และผักโขม นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกทานอาหารเสริมวิตามิน C เพิ่มเติมได้

 

สรุป

วิตามิน C เป็นสารอาหารที่สำคัญมากสำหรับผิวของเรา เนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารและประโยชน์ต่อผิวหนัง การบำรุงผิวหนังด้วยวิตามิน C ช่วยปกป้องผิวหนังจากการเสียหายและเสริมสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ เพื่อให้ผิวหนังของคุณมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ ดังนั้น ถึงคุณกำลังลดน้ำหนักโดยการลดทานผลไม้ที่มีน้ำตาลแต่อุดมด้วยวิตามิน ก็ควรทานวิตามินซีให้เพียงพอ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Intermittent Fasting คือ อะไร ?

  Intermittent Fasting (IF) หนึ่งในกระแสมาแรงที่พูดถึงกับบ่อยในเรื่องการดูแลสุขภาพ, ออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก น่าสนใจตรง เพียงแค่คุณปรับเวลาในการทานอาหาร จะมีผลต่อหลายอย่างในร่างกายแบบไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องการคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือ ใช้ความรู้สึก มีการทดลองจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้น รวมไปถึงระดับ นักแสดง ดารา แพทย์ นำมาพูดออกสื่อถึงกันบ่อย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน ทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ เอาง่ายๆ แค่ได้ยินว่า “ปรับเวลาทานอาหาร” ก็มีผลในการ “ลดน้ำหนัก” ได้ กระตุ้นต่อมความสนใจคนได้เยอะแล้วครับ แต่มีข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียง อะไรไหม ก็ลองมาดูรายละเอียดเบื้องต้นของ IF กัน   Intermittent Fasting คือ? ถ้าแปลตรงๆ จากภาษาอังกฤษ อาจฟังดูน่ากลัวหน่อย คือ “การลด (อด) อาหารแบบไม่สม่ำเสมอ” หรือ “ การอดอาหารเป็นพัก ๆ ” ซึ่งในทางปฏิบัติ Intermittent Fasting คือ “การปรับเวลา และลดมื้อในการทานอาหาร โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย” ทั้งนี้ ก็เพื่อจำกัดการใช้พลังงานที่ได้รับในแต่ละวันให้ลดลง (อีกชื่อ คือ int...

Intermittent Fasting อันตราย ? ทำอย่างไรจึงปลอดภัย

  คำถามโลกแตกเกี่ยวกับ Intermittent Fasting (IF) คือ อันตรายหรือไม่ ? แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้ว บางคนเรียกว่า “การอดอาหารเป็นพักๆ” (แต่จะฟังดูดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนจาก อด เป็น ลด) ในความจริง IF เป็นการอดอาหารบางมื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนบางตัวในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ถ้าทำแบบไม่ฝืนจะมีแต่ข้อดี แต่ก็มีคนจริงจังเกินไป จนเกิดผลเสีย เป้าหมายของ IF เพื่อสุขภาพ ถ้าเข้าใจหลักการจะมีความปลอดภัยมากขึ้น Intermittent Fasting อันตรายหรือไม่ ? ขึ้นกับความเข้าใจครับ ส่วนตัวผมคงตอบได้เต็มปากว่า “ไม่มีความอันตราย เป็นพิเศษ ” เพราะเป็นการปรับพฤติกรรมการกิน ให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย โดยหลักสำคัญสุดของ IF ที่ผู้เชี่ยวชาญรวมถึงแพทย์เฉพาะทาง ส่วนใหญ่ย้ำ คือ “สุขภาพ ต้องมาก่อน การลดน้ำหนัก” เสมอ ไม่ไหวก็หยุด ทางเลือกลดน้ำหนักมีหลายวิธี คนที่ใช้ IF แล้วเกิดปัญหาเท่าที่เห็น รีบอดอาหาร ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนเกิดโรคกระเพรา ไม่คำนวณพลังงาน จนสมองล้าตอนทำงาน งานเครียดมาก กระตุ้นต่อมความหิว กินโปรตีนแทน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน (ซึ่งร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานโปรตีน) กลายเป็นต้องการพลังงาน เห...

Keto Diet คือ อะไร ?

คีโต (Keto Diet) หรือ คีโตเจเนติก ไดเอ็ต (Ketogenic Diet) หนึ่งในกระแสมาแรงจากต่างประเทศหลังปี 2016 ทำให้ทั้งกลุ่มผู้ออกกำลังกาย เทรนเนอร์ นักกีฬา นักเพาะกาย หมอ นักข่าว รวมถึงพวกนักการตลาด ต่างต้องรีบจับกระแสให้ทัน แน่นอนกระแสมาในไทยเช่นกัน (แต่ปี 2018 ค่อนข้างดังแบบแง่ลบ) แล้วเจ้าคีโต มันแย่แบบที่สื่อและโซเชียลไทยแลนด์ กล่าวถึงหรือเปล่า ? ในที่นี้ มาทำความรู้จักกับคีโตแบบคร่าวๆ กันก่อน Keto Diet คือ อะไร Ketogenic Diet เป็นการลดน้ำหนักรูปแบบหนึ่ง ที่ได้สุขภาพด้วย มีหลักการทานอาหารแบบ “ เน้นไขมัน ลดโปรตีน คาร์โบไฮเดรตต่ำสุด ” และคุมแคลอรี่ระดับหนึ่ง อธิบายเข้าใจง่ายแบบกระชับ ก่อนอื่นทำความเข้าใจสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกันมานาน 2 เรื่องก่อน โปรตีนเป็นแหล่งพลังงาน ? ถูกสอนมาผิดครับ พลังงานโปรตีนร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้โดยตรง ซ้ำร้าย คือ ยิ่งกินโปรตีนเยอะ สามารถเพิ่มปริมาณอินซูลินได้อีก คนไดเอ็ตแบบกินแต่โปรตีนไม่กินทั้งไขมันและแป้ง ทำให้หิวมากขึ้นได้ มีสองอย่างที่ร่างกายดึงไปใช้ได้ คือ คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน ไขมัน คือ ต้นเหตุในการเพิ่มไขมัน ? จริงบางส่วน แต่ไม่โหดเท่าอี...