ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ฟอสฟอรัส (Phosphorus) สารอาหารที่มีประโยชน์

พูดถึงฟอสฟอรัส บางคนอาจรู้จักแค่สารอาหารสำหรับพืช แต่ความจริง จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดและมีในอาหารรูปแบบต่างๆ รวมถึงคนก็ควรรับสารอาหารอย่างเพียงพอ แต่น้อยคนที่จะใส่ใจเรื่องค่าฟอสฟอรัส

 

ฟอสฟอรัส คืออะไร

ฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุที่จำเป็น พบอยู่ในหลายอาหารและมีให้บริการในรูปของเสริมอาหาร ฟอสฟอรัสเป็นส่วนประกอบของกระดูก, ฟัน, DNA และ RNA ในรูปของฟอสโฟลิปิด ฟอสฟอรัสยังเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างเมมเบรนเซลล์และแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย คือ ATP โปรตีนและน้ำตาลหลายชนิดในร่างกายถูกฟอสฟอริเลชัน นอกจากนี้ ฟอสฟอรัสยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการถ่ายทอดยีน การกระตุ้นเอนไซม์ การรักษาค่า pH ปกติในน้ำยานอกเซลล์ และการเก็บพลังงานภายในเซลล์ ในมนุษย์ ฟอสฟอรัสคิดเป็นประมาณ 1 ถึง 1.4% ของน้ำหนักไม่รวมไขมัน ของปริมาณนี้ 85% อยู่ในกระดูกและฟัน และ 15% อื่น ๆ กระจายอยู่ในเลือดและเนื้อเยื่อนุ่ม (Source: NIH)  

ประโยชน์ของฟอสฟอรัส

  • เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน: ฟอสฟอรัสร่วมกับแคลเซียมในการสร้างและซ่อมแซมกระดูกและฟัน ทำให้เสถียรและแข็งแรง
  • เป็นส่วนประกอบของ ATP: ฟอสฟอรัสเป็นส่วนหนึ่งของโมเลกุล ATP (อะดีโนซีนไตรฟอสเฟต) ที่เป็นแหล่งพลังงานสำหรับเซลล์ในร่างกาย
  • เป็นส่วนประกอบของ DNA และ RNA: ฟอสฟอรัสเป็นส่วนประกอบหลักของ DNA และ RNA ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข้อมูลทางพันธุกรรม
  • ช่วยการส่งผ่านสัญญาณของเซลล์: ฟอสฟอรัสมีบทบาทในการส่งสัญญาณข้ามเซลล์และในตัวเซลล์ เช่น สัญญาณการกระตุ้นและประสาท
  • ส่วนประกอบของภาวะกรด-ด่าง: ฟอสฟอรัสมีบทบาทในการควบคุมสมดุลของกรดและด่างในร่างกาย ซึ่งสำคัญในการรักษาระดับกรด-ด่างที่เหมาะสม
  • ช่วยเปลี่ยนสารอาหาร: ฟอสฟอรัสมีบทบาทในกระบวนการเปลี่ยนสารอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ
 

อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง

เนื่องจากเป็นสารอาหารสำคัญของคน สัตว์ พืช ทำให้อาหารเกือบทุกชนิดมีฟอสฟอรัสในปริมาณค่อนข้างเพียงพออยู่แล้ว แต่บางอย่างมีฟอสฟอรัสต่ำ จึงควรทานอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงบ้าง
  • เนื้อสัตว์: เนื้อสัตว์เช่น เนื้อวัว, เนื้อหมู, และเนื้อไก่
  • อวัยวะภายใน: อวัยวะภายในของสัตว์ เช่น ตับวัว, ตับหมู, และตับไก่
  • อาหารทะเล: ปลา, หอย, กุ้ง, ปู และอาหารทะเลอื่น ๆ
  • นมและผลิตภัณฑ์นม: นมวัว, นมแพะ, นมคั่ว, นมข้นหวาน, นมสด, โยเกิร์ต, ชีส และผลิตภัณฑ์นม
  • ถั่วและเมล็ด: ถั่วลิสง, ถั่วเขียว, ถั่วแดง, ถั่วเหลือง, ถั่วเน่า, ปลีกิ่ง, อัลมอนด์, กาแฟ, เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดพืชอื่น
  • ข้าวโพด: ข้าวโพดอบ, ข้าวโพดคั่ว, ข้าวโพดต้ม
  • ธัญพืช: ข้าวสาลี, ข้าวโอ๊ต, ข้าวฟ่าง, และเยื่อใยอาหาร
  • ผัก: บรอกโคลี, กะหล่ำปลี, สปีนัช, เทียมตำลึง, และมะเขือเทศ
  • ผลไม้: ส้ม, กล้วย, องุ่น, แอปเปิล, และผลไม้อื่น ๆ
  • ไข่: ไข่ไก่และไข่เป็ดเป็นแหล่งฟอสฟอรัสที่ดี
  • สมุนไพรและเครื่องเทศ: บางสมุนไพรและเครื่องเทศเช่น กระเทียม, พริกขี้หนู, และยี่หร่า
 

โรคไต ควรเลี่ยงอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง

หากเป็นโรคไตควรเลี่ยงอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งอาหารเกือบทุกชนิดมีฟอสฟอรัส แต่มีในระดับที่แตกต่างกันไป บางอย่างมีมาก บางอย่างมีน้อย  

ผลของการขาดฟอสฟอรัส

การรับประทานอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงเป็นวิธีที่ดีในการทำให้ร่างกายได้รับฟอสฟอรัสในปริมาณที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่เหมาะสม และปรับปรุงให้หลากหลาย เนื่องจากการรับประทานฟอสฟอรัสเป็นจำนวนมากเกินไปอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว
  1. สภาวะกระดูกอ่อน: ฟอสฟอรัสมีบทบาทสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมกระดูก การขาดฟอสฟอรัสอาจทำให้กระดูกอ่อนแอ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก
  2. ฟันอ่อนแอ: ฟอสฟอรัสขาดอาจส่งผลต่อสุขภาพของฟัน ทำให้ฟันอ่อนแอ ช้าในการซ่อมแซม และมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเหงือก
  3. การเสื่อมของกล้ามเนื้อ: ฟอสฟอรัสมีบทบาทในการส่งเสริมการเปลี่ยนสารอาหารและส่งผ่านสัญญาณประสาท การขาดฟอสฟอรัสอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  4. ความผิดปกติของระบบประสาท: การขาดฟอสฟอรัสอาจส่งผลต่อการส่งสัญญาณประสาทและสมรรถภาพของระบบประสาท อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของสมองและระบบประสาทส่วนอื่น ๆ
  5. ขัดขวางการเปลี่ยนสารอาหาร: การขาดฟอสฟอรัสอาจทำให้การเปลี่ยนสารอาหารในร่างกายไม่ปกติ ส่งผลต่อการนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย
  6. ปัญหาระดับกรด-ด่าง: ฟอสฟอรัสมีบทบาทในการควบคุมสมดุลกรดและด่างในร่างกาย
 

ตารางการบริโภคแมกนีเซียมต่อวันตามเพศและอายุ

อายุ ชาย หญิง
0-6 เดือน 100 (AI) 100 (AI)
7-12 เดือน 275 (AI) 275 (AI)
1-3 ปี 460 460
4-8 ปี 500 500
9-13 ปี 1,250 1,250
14-18 ปี 1,250 1,250 (1,250 ถ้าตั้งครรภ์หรือให้นม)
19-50 ปี 700 700 (1,250 ถ้าตั้งครรภ์หรือให้นม)
51+ ปี 700 700
 

ดังนั้น ควรทานอาหารอย่างหลากหลายเพื่อให้ได้สารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกาย และควรเลี่ยงหากเป็นโรคที่เกี่ยวกับไต ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางในการเลือกทานอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน (Oxygen Concentrator)

การผลิตออกซิเจนในบ้านสามารถทำได้โดยใช้เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถแยกออกซิเจนจากอากาศ ช่วยให้ผู้ที่มีออกซิเจนในเลือดต่ำสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น รวมถึงคนวัยทำงานที่เคยมีปัญหาจากฝุ่น ปอดอักเสบจากโควิด หรือ โรคประจำตัวต่างๆ แม้แต่ออกกำลังกายบ่อย นอนไม่พอเพราะหายใจติดขัด ก็สามารถใช้เครื่องชนิดนี้ได้ ควรปรึกษาแพทย์กับทีมงานก่อนเพื่อทำความเข้าใจถึงเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้น วิธีการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน หลัก ๆ ก็จะมีปุ่มเปิด ปิด ปุ่มปรับอัตราการไหลของออกซิเจน ช่องที่ออกซิเจนออกมีที่วางสําหรับกระป๋องที่เพิ่มความชื้นให้กับอากาศที่เราหายใจ มีกระป๋องเพิ่มความชื้นสําหรับอากาศ กระป๋องบนเครื่องโดยปกติจะต้องเติมน้ำ ควรเป็นปราศจากเชื้อ แต่ถ้าในกรณีจําเป็นเราสามารถใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดมาใช้แทนได้ เมื่อเปิดออกมาแล้ว ฝาให้หงายขึ้น เติมน้ำ เติมน้ำประมาณ 3 ใน 4 ของกระป๋อง ไม่จําเป็นต้องเติมให้เต็ม เพราะว่าระหว่างการทํางานของเครื่องอาจจะทําให้เกิดฟองของน้ำ และทําให้น้ำกระฉอกออกจากตัวกระป๋องได้ ปิดกระป๋องให้แน่นในแต่ละเครื่อง เขาจะมีท...

โรคลิ่มเลือดอุดตัน อันตรายในทุกวัย

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism: VTE) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีความเครียดหรือเครียดเรื้อรัง ส่วนใหญ่จะพบได้ในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 30 ปี แต่ก็มีผู้ที่อายุน้อยกว่านี้ที่พบเจออาการลิ่มเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งสาเหตุของอาการนี้เกิดจากการที่หลั่งฮอร์โมนอย่างไม่เหมาะสม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลของฮอร์โมนในระบบการทำงานของร่างกาย อาการลิ่มเลือดนั้นอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างมาก รวมถึงอาจเสียชีวิตอย่างคาดไม่ถึง   สาเหตุของลิ่มเลือดอุดตัน 1. ผนังหลอดเลือดผิดปกติ ผนังหลอดเลือดที่มีคราบไขมันเกาะอุดตันหรือเสียหาย สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ นอกจากนี้ การเจ็บปวดเพราะบาดแผลหลังการถูกมีดบาด หรือการผ่าตัดบางอย่าง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำได้ 2. การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ปกติ สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้การบีบตัวของหัวใจในการส่งเลือดขาดความต่อเนื่อง เกิดจากตัวผนังหลอดเลือดมีความโป่งพอง ทำให้เมื่อหัวใจบีบเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกา...

ข้อเสียของคีโตเจนิค และแนวทางรับมือ

ตอนที่ผมทำคีโต เรื่องข้อเสียเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลกันมาก เห็นมีคนถามมากมาย เช่น หลายคนเกิดอาการป่วยแบบ Keto Flu บ้างก็ไม่ติดสถานะคีโตสักที โดยส่วนตัวไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ากังวลขนาดนั้น แค่ต้องศึกษาให้ดีก่อน ไม่ใช่โหนกระแสจนไม่รู้อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ของคีโต   ข้อเสียและอาการข้างเคียงของคีโต ผลข้างเคียงของการกินอาหารคีโตเจนิคประกอบด้วย การนอนไม่หลับ กลิ่นปากแรงขึ้น ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับ ไต โรคหัวใจ คนที่มีโรคทางการแพทย์บางประการ เช่น โรคตับหรือโรคไตควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารคีโตเจนิค ในการลดน้ำหนักด้วยการบริโภคอาหารคีโตเจนิค ควรเลือกบริโภคอย่างเหมาะสมและปลอดภัยโดยพิจารณาชนิดของกรดไขมัน เพราะมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและกระบวนการอักเสบในร่างกาย ควรเลือกบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ อาหารทะเล หรือเลือกแหล่งอาหารที่มีทั้งไขมันและโปรตีน เช่น ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน หมูยอ กุนเชียง ลูกชิ้น เพราะมีไขมันอิ่มตัวสูง ถึง...