ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความดันโลหิตปกติ ควรมีค่าเท่าไหร่

ความดันโลหิตปกติเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพที่ดี มาดูว่าความดันโลหิตในช่วงปกติคืออะไร และความดันปกติควรอยู่ที่ระดับไหน
  1. ความดันโลหิตปกติ: ความดันโลหิตที่นับว่าปกติคือระหว่าง 90/60 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ถึง 120/80 มิลลิเมตรปรอท
  2. ความดันโลหิตสูงกว่าปกติ (เริ่มมีความเสี่ยง): ความดันโลหิตที่อยู่ในช่วง 120/80 มิลลิเมตรปรอท ถึง 139/89 มิลลิเมตรปรอท
  3. ความดันโลหิตสูงขั้น 1 (ความดันโลหิตสูง): ความดันโลหิตที่อยู่ในช่วง 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถึง 159/99 มิลลิเมตรปรอท
  4. ความดันโลหิตสูงขั้น 2 (ความดันโลหิตสูงอันตราย): ความดันโลหิตที่อยู่ในช่วง 160/100 มิลลิเมตรปรอท ขึ้นไป
เพื่อให้ควบคุมความดันโลหิตอยู่ในระดับปกติ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพเช่น การทานอาหารแบบเฮลตี้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เลิกสูบบุหรี่ และลดการดื่มแอลกฮอล์  

ความดันสูง ควรทำอย่างไร

ความดันสูงเป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน เป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคหลายอย่าง โดยสามารถทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดขนาดใหญ่ โดยอาจส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายได้ หากคุณหรือคนใกล้ตัว มีอาการความดันสูงและเสี่ยงที่จะเป็นอันตราย ควรปฏิบัติดังนี้
  1. ควบคุมอาหาร ควรลดปริมาณอาหารที่รับประทาน ลดการกินอาหารที่มีไขมันสูงและอาหารที่มีเนื้อสัตว์ เพื่อลดการสะสมของไขมันในเลือด
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว วิ่งเก็บกลับ ว่ายน้ำ หรือทำโยคะ เพื่อช่วยลดน้ำหนักและควบคุมความดันโลหิต
  3. ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะสารเหล่านี้สามารถทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้
  4. แก้ปัญหาน้ำหนักเกิน โรคอ้วน ควรลดน้ำหนักให้ได้ในระดับที่เหมาะสม
  5. ตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ โดยควรตรวจวัดความดันโลหิตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามที่แพทย์แนะนำ อาจซื้อเครื่องตรวจความวัดไว้ใช้งานที่บ้าน
  6. พบแพทย์เมื่อเริ่มมีความดันผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาให้เหมาะสม แพทย์จะให้การรักษาที่เหมาะสมตามระดับความดันโลหิตของผู้ป่วย เช่น การใช้ยาลดความดันโลหิต แต่ละยาอาจมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกันไป ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
 

นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันความดันโลหิตสูงได้โดยการรักษาสุขภาพร่างกายอย่างเหมาะสม เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่เหมาะสมและมีปริมาณไนตรัสต่ำ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เป็นสุขภาพดี และไม่สูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

สุดท้าย เราควรระมัดระวังและระมัดระวังตนเองเสมอ โดยการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและรับการตรวจโรคอย่างถูกต้องเป็นประจำ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตนเอง เพื่อรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติและลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดขนาดใหญ่ได้

 

ความดันเท่าไหร่ถึงปกติ เท่าไหร่ถึงสูง | เม้าท์กับหมอหมี EP.235

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน (Oxygen Concentrator)

การผลิตออกซิเจนในบ้านสามารถทำได้โดยใช้เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถแยกออกซิเจนจากอากาศ ช่วยให้ผู้ที่มีออกซิเจนในเลือดต่ำสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น รวมถึงคนวัยทำงานที่เคยมีปัญหาจากฝุ่น ปอดอักเสบจากโควิด หรือ โรคประจำตัวต่างๆ แม้แต่ออกกำลังกายบ่อย นอนไม่พอเพราะหายใจติดขัด ก็สามารถใช้เครื่องชนิดนี้ได้ ควรปรึกษาแพทย์กับทีมงานก่อนเพื่อทำความเข้าใจถึงเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้น วิธีการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน หลัก ๆ ก็จะมีปุ่มเปิด ปิด ปุ่มปรับอัตราการไหลของออกซิเจน ช่องที่ออกซิเจนออกมีที่วางสําหรับกระป๋องที่เพิ่มความชื้นให้กับอากาศที่เราหายใจ มีกระป๋องเพิ่มความชื้นสําหรับอากาศ กระป๋องบนเครื่องโดยปกติจะต้องเติมน้ำ ควรเป็นปราศจากเชื้อ แต่ถ้าในกรณีจําเป็นเราสามารถใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดมาใช้แทนได้ เมื่อเปิดออกมาแล้ว ฝาให้หงายขึ้น เติมน้ำ เติมน้ำประมาณ 3 ใน 4 ของกระป๋อง ไม่จําเป็นต้องเติมให้เต็ม เพราะว่าระหว่างการทํางานของเครื่องอาจจะทําให้เกิดฟองของน้ำ และทําให้น้ำกระฉอกออกจากตัวกระป๋องได้ ปิดกระป๋องให้แน่นในแต่ละเครื่อง เขาจะมีท...

โรคลิ่มเลือดอุดตัน อันตรายในทุกวัย

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism: VTE) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีความเครียดหรือเครียดเรื้อรัง ส่วนใหญ่จะพบได้ในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 30 ปี แต่ก็มีผู้ที่อายุน้อยกว่านี้ที่พบเจออาการลิ่มเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งสาเหตุของอาการนี้เกิดจากการที่หลั่งฮอร์โมนอย่างไม่เหมาะสม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลของฮอร์โมนในระบบการทำงานของร่างกาย อาการลิ่มเลือดนั้นอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างมาก รวมถึงอาจเสียชีวิตอย่างคาดไม่ถึง   สาเหตุของลิ่มเลือดอุดตัน 1. ผนังหลอดเลือดผิดปกติ ผนังหลอดเลือดที่มีคราบไขมันเกาะอุดตันหรือเสียหาย สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ นอกจากนี้ การเจ็บปวดเพราะบาดแผลหลังการถูกมีดบาด หรือการผ่าตัดบางอย่าง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำได้ 2. การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ปกติ สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้การบีบตัวของหัวใจในการส่งเลือดขาดความต่อเนื่อง เกิดจากตัวผนังหลอดเลือดมีความโป่งพอง ทำให้เมื่อหัวใจบีบเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกา...

ข้อเสียของคีโตเจนิค และแนวทางรับมือ

ตอนที่ผมทำคีโต เรื่องข้อเสียเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลกันมาก เห็นมีคนถามมากมาย เช่น หลายคนเกิดอาการป่วยแบบ Keto Flu บ้างก็ไม่ติดสถานะคีโตสักที โดยส่วนตัวไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ากังวลขนาดนั้น แค่ต้องศึกษาให้ดีก่อน ไม่ใช่โหนกระแสจนไม่รู้อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ของคีโต   ข้อเสียและอาการข้างเคียงของคีโต ผลข้างเคียงของการกินอาหารคีโตเจนิคประกอบด้วย การนอนไม่หลับ กลิ่นปากแรงขึ้น ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับ ไต โรคหัวใจ คนที่มีโรคทางการแพทย์บางประการ เช่น โรคตับหรือโรคไตควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารคีโตเจนิค ในการลดน้ำหนักด้วยการบริโภคอาหารคีโตเจนิค ควรเลือกบริโภคอย่างเหมาะสมและปลอดภัยโดยพิจารณาชนิดของกรดไขมัน เพราะมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและกระบวนการอักเสบในร่างกาย ควรเลือกบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ อาหารทะเล หรือเลือกแหล่งอาหารที่มีทั้งไขมันและโปรตีน เช่น ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน หมูยอ กุนเชียง ลูกชิ้น เพราะมีไขมันอิ่มตัวสูง ถึง...