ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แมกนีเซียม (Magnesium) ประโยชน์ที่ควรรู้

พูดถึงสารอาหารในไทย ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ทานพวกวิตามินเป็นหลัก แต่ยังมีสารอาหารอีกมากมายที่ถูกมองข้ามไปแล้วยังมีความจำเป็นอย่างมากต่อร่างกาย หนึ่งในนั้น คือ แมกนีเซียม ที่จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่

 

แมกนีเซียม คืออะไร

แมกนีเซียม (Magnesium) เป็นธาตุที่มีสัญลักษณ์เป็น Mg และเลขอะตอมคือ 12 ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญมากในชีวิตประจำวัน แมกนีเซียมเป็นธาตุประจุบวกที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะเมตาบอลิซึมต่างๆในร่างกายมนุษย์ต้องใช้แมกนีเซียมเป็นส่วนผสม  

ประโยชน์ของแมกนีเซียม

แมกนีเซียมมีความสำคัญในกระบวนการเสริมสร้างกระดูกและฟัน ยังช่วยในการหล่อลื่นของเส้นเลือด ป้องกันการเกิดหินในไต การบวมของกระดูกและข้อ ยังช่วยในการส่งสัญญาณประสาทและการควบคุมความดันโลหิต ประโยชน์หลักๆ ของแมกนีเซียม
  • ส่งเสริมสร้างกระดูกและฟัน แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเสริมสร้างกระดูกและฟัน ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหักขากระดูกในผู้สูงอายุ
  • ช่วยในการส่งสัญญาณประสาท แมกนีเซียมมีบทบาทในกระบวนการส่งผ่านสัญญาณประสาท ทำให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น การขาดแมกนีเซียมอาจส่งผลให้เกิดอาการตัวสั่น ก้าวร้าว และเสื่อมสมรรถภาพทางประสาท
  • ช่วยในการควบคุมความดันโลหิต แมกนีเซียมมีบทบาทในการควบคุมความดันโลหิต การเพิ่มการบริโภคแมกนีเซียมอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่กำลังตั้งครรภ์หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน
  • ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึม กระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก
 

อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

แมกนีเซียมสามารถหาได้ในอาหารหลากหลายตามธรรมชาติ เช่น ผักเขียวเข้ม, ถั่วเขียว, ข้าวโพด, อัลมอนด์, สับปะรด, เนื้อสัตว์ เป็นต้น

มีรายงานว่าในบางประเทศอย่างอเมริกา ประชากรส่วนใหญ่ขาดแมกนีเซียม เพราะไม่ค่อยได้บริโภทผักที่มีสีเขียวเข้ม จึงแนะนำให้ทานแมกนีเซียมเพิ่ม ในไทยอาจไม่มีรายงานมากนักเพราะเป็นสารอาหารที่มองข้ามไป ซึ่งคนที่ไม่ค่อยบริโภคผักควรระวังการขาดสารชนิดนี้

 

ผลของการขาดแมกนีเซียม

การขาดแคลนแมกนีเซียมอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น อาการเจ็บตัว, ก้าวร้าว, ความเหนื่อย, ปวดหัว, และตัวสั่น

ดังนั้น ควรได้รับแมกนีเซียมอย่างเพียงพอในความต้องการของร่างกายเพื่อการทำงานที่ดีของร่างกาย

 

ตารางการบริโภคแมกนีเซียมต่อวันตามเพศและอายุ

กลุ่มอายุ/เพศ แมกนีเซียมต่อวัน (mg)
เด็กอายุ 4-8 ปี 130
เด็กอายุ 9-13 ปี 240
เยาวชนชายอายุ 14-18 ปี 410
เยาวชนหญิงอายุ 14-18 ปี 360
ผู้ชายอายุ 19-30 ปี 400
ผู้หญิงอายุ 19-30 ปี 310
ผู้ชายอายุ 31 ปีขึ้นไป 420
ผู้หญิงอายุ 31 ปีขึ้นไป 320
หญิงตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 18 ปี 400
หญิงตั้งครรภ์อายุ 19-30 ปี 350
หญิงตั้งครรภ์อายุ 31 ปีขึ้นไป 360
หญิงให้นมอายุต่ำกว่า 18 ปี 360
หญิงให้นมอายุ 19-30 ปี 310
หญิงให้นมอายุ 31 ปีขึ้นไป 320
หมายเหตุ: แนะนำให้แมกนีเซียมตามความต้องการของร่างกายตามเพศและอายุ

 

สารอาหารมีประโยชน์ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น เหล็ก สังกะสี ไอโอดีน ฟอสฟอรัส โซเดียม แคลเซียม โพแทสเซียม และอีกมากมายที่ควรทานให้เหมาะสมในแต่ละวัน ลองพิจารณาจากอาหารก่อนซึ่งหากทานอาหารตามธรรมชาติครบถ้วน ทั้ง ผัก เนื้อสัตว์ ลดแป้ง ก็มักได้สารอาหารเพียงพอ ถ้าไม่สามารถหาทานได้ค่อยพิจารณาพวกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นทางเลือก

 

แมกนีเซียมกินยังไง โดย ด็อกเตอร์หมอหมี

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน (Oxygen Concentrator)

การผลิตออกซิเจนในบ้านสามารถทำได้โดยใช้เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถแยกออกซิเจนจากอากาศ ช่วยให้ผู้ที่มีออกซิเจนในเลือดต่ำสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น รวมถึงคนวัยทำงานที่เคยมีปัญหาจากฝุ่น ปอดอักเสบจากโควิด หรือ โรคประจำตัวต่างๆ แม้แต่ออกกำลังกายบ่อย นอนไม่พอเพราะหายใจติดขัด ก็สามารถใช้เครื่องชนิดนี้ได้ ควรปรึกษาแพทย์กับทีมงานก่อนเพื่อทำความเข้าใจถึงเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้น วิธีการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน หลัก ๆ ก็จะมีปุ่มเปิด ปิด ปุ่มปรับอัตราการไหลของออกซิเจน ช่องที่ออกซิเจนออกมีที่วางสําหรับกระป๋องที่เพิ่มความชื้นให้กับอากาศที่เราหายใจ มีกระป๋องเพิ่มความชื้นสําหรับอากาศ กระป๋องบนเครื่องโดยปกติจะต้องเติมน้ำ ควรเป็นปราศจากเชื้อ แต่ถ้าในกรณีจําเป็นเราสามารถใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดมาใช้แทนได้ เมื่อเปิดออกมาแล้ว ฝาให้หงายขึ้น เติมน้ำ เติมน้ำประมาณ 3 ใน 4 ของกระป๋อง ไม่จําเป็นต้องเติมให้เต็ม เพราะว่าระหว่างการทํางานของเครื่องอาจจะทําให้เกิดฟองของน้ำ และทําให้น้ำกระฉอกออกจากตัวกระป๋องได้ ปิดกระป๋องให้แน่นในแต่ละเครื่อง เขาจะมีท...

โรคลิ่มเลือดอุดตัน อันตรายในทุกวัย

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism: VTE) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีความเครียดหรือเครียดเรื้อรัง ส่วนใหญ่จะพบได้ในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 30 ปี แต่ก็มีผู้ที่อายุน้อยกว่านี้ที่พบเจออาการลิ่มเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งสาเหตุของอาการนี้เกิดจากการที่หลั่งฮอร์โมนอย่างไม่เหมาะสม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลของฮอร์โมนในระบบการทำงานของร่างกาย อาการลิ่มเลือดนั้นอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างมาก รวมถึงอาจเสียชีวิตอย่างคาดไม่ถึง   สาเหตุของลิ่มเลือดอุดตัน 1. ผนังหลอดเลือดผิดปกติ ผนังหลอดเลือดที่มีคราบไขมันเกาะอุดตันหรือเสียหาย สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ นอกจากนี้ การเจ็บปวดเพราะบาดแผลหลังการถูกมีดบาด หรือการผ่าตัดบางอย่าง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำได้ 2. การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ปกติ สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้การบีบตัวของหัวใจในการส่งเลือดขาดความต่อเนื่อง เกิดจากตัวผนังหลอดเลือดมีความโป่งพอง ทำให้เมื่อหัวใจบีบเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกา...

ข้อเสียของคีโตเจนิค และแนวทางรับมือ

ตอนที่ผมทำคีโต เรื่องข้อเสียเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลกันมาก เห็นมีคนถามมากมาย เช่น หลายคนเกิดอาการป่วยแบบ Keto Flu บ้างก็ไม่ติดสถานะคีโตสักที โดยส่วนตัวไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ากังวลขนาดนั้น แค่ต้องศึกษาให้ดีก่อน ไม่ใช่โหนกระแสจนไม่รู้อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ของคีโต   ข้อเสียและอาการข้างเคียงของคีโต ผลข้างเคียงของการกินอาหารคีโตเจนิคประกอบด้วย การนอนไม่หลับ กลิ่นปากแรงขึ้น ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับ ไต โรคหัวใจ คนที่มีโรคทางการแพทย์บางประการ เช่น โรคตับหรือโรคไตควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารคีโตเจนิค ในการลดน้ำหนักด้วยการบริโภคอาหารคีโตเจนิค ควรเลือกบริโภคอย่างเหมาะสมและปลอดภัยโดยพิจารณาชนิดของกรดไขมัน เพราะมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและกระบวนการอักเสบในร่างกาย ควรเลือกบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ อาหารทะเล หรือเลือกแหล่งอาหารที่มีทั้งไขมันและโปรตีน เช่น ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน หมูยอ กุนเชียง ลูกชิ้น เพราะมีไขมันอิ่มตัวสูง ถึง...