ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทานคีโตแล้วคอเลสเตอรอล-ไขมัน LDL สูงต้องกังวลหรือไม่

สาเหตุที่หลายๆ คนกินคีโต เนื่องจาก ต้องการคุมน้ำหนัก ต้องการคุมเบาหวาน แก้ไขปัญหาภาวะไขมันพอกตับ หรือ ความดันสูง สิ่งที่เกิดขึ้นหลังกินคีโต มีข้อดีหลายอย่าง เช่น สามารถลดน้ำหนัก ควบคุมความดันได้ดีขึ้น ควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น ไขมันต่างๆ ลดลง, ค่า Triglyceride ที่เคยสูงอาจจะไม่สูงแล้ว และ ค่า HDL เพิ่มขึ้น แต่ค่า LDL เราจะสูงขึ้น บางคนสูงขึ้นไประดับ 200 กว่า เพราะเหตุใด

 

ค่า LDL ตัวใหญ่และตัวเล็ก

Dr. Ronald Krauss ซึ่งเป็นคนที่คิดวิธีในการตรวจ LDL Cholesterol และ LDL particle และเป็นคนที่ทำงานวิจัยมากเกี่ยวกับเรื่อง Small dent LDL particle ได้เตือนว่า

"LDL สูงไม่ใช่เรื่องปกติ ข้ออ้างของผู้ที่กินคีโตบอกว่า LDL สูงจะดีเพราะส่วนใหญ่จะเป็น Large LDL (LDL ตัวใหญ่) พบว่าไม่ค่อยมีผลต่อการเกิดหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดแดงส่วนปลาย แต่ LDL ตัวเล็กจะทำให้มีปัญหา กลไกการผลิตและการดูดซึมของ LDL"

ปกติในตับเราจะมีการสร้าง Cholesterol LDL ออกมา จะประกอบไปด้วย
  • Apolipoprotein B-100
  • Cholesterol
  • Triglyceride
ตอนแรกจะสร้างเป็น VLDL ก่อน แล้ว VLDL จะปล่อย Triglyceride ไปตามที่ต่างๆของร่างกายเรา จากนั้นก็จะเล็กลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็จะกลายเป็น LDL ส่วน LDL ก็จะมีส่วนประกอบอยู่ 3 อย่างข้างต้น และมีขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก-เล็กจิ๋ว
  • ถ้าเป็น LDL แบบใหญ่ จะหายไปจากหลอดเลือด โดยการนำเข้าไปสู่ตับ ที่ตับจะมีตัว Receptor ตัวหนึ่ง เพื่อดูด LDL กลับไป
  • ถ้าเป็น LDL ตัวโตจะดูดซึมได้ง่ายกว่า ดังนั้นโอกาสที่จะไปก่อเรื่องจะลดลง
  • ถ้าเป็นตัวเล็ก จะออกไปจากเลือดได้ยากกว่าจะค้างอยู่ในเส้นเลือดแล้วไปก่อเรื่อง
ส่วนบางท่านที่กินคีโตแล้ว ไปตรวจ LDL particle แล้วพบว่า small dent LDL น้อยมาก particle ไม่ได้เยอะมากแล้วคิดว่าไม่อันตราย

ต่อคำกล่าวอ้างของคนที่กินคีโตโดยอ้างงานวิจัยของ Dr. Krauss ว่า LDL สูงไม่เป็นไร

แต่ในงานวิจัยของ Dr. Krauss ระดับ คอเลสเตอรอล ไม่ได้สูง เพียง 130-150 เท่านั้น

ถ้า LDL สูง 160-170 ยังไม่กังวล แต่ถ้าเกิน 180 ขึ้นไปแล้ว จะอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างอันตรายและถือว่าผิดปกติ ควรแก้ไข  

การทานคีโตอย่างมีคุณภาพ

เราควรเดินทางสายกลาง ซึ่งการกินคีโต แล้วกินไขมันเพิ่มต่อเนื่อง อาจไม่เหมาะสำหรับหลายคน ขอให้คิดว่า คีโต ไม่ได้เป็นสิ่งที่ควรจะกินตลอดไป เพราะโปรแกรมจะกินเป็นช่วง เพื่อลดน้ำหนัก

คือ พอน้ำหนักลดลงมาระดับหนึ่งเราควรหยุด กลับมากินคาร์โบไฮเดรตระยะหนึ่ง แล้วค่อยกลับไปกินคีโตใหม่ (ซึ่งจะกลับไปสถานะคีโตในเวลาอันสั้นกว่าครั้งแรก) ไม่ควรกินต่อเนื่องยาวๆ เราควรกินอาหารหลากหลาย

โดยเฉพาะการกินคีโตจะทำให้ขาด วิตามิน กากใย ท่านก็จะมีปัญหาได้ และที่สำคัญ ในงานวิจัยของ Dr. Krauss ไม่ได้กินไขมันอะไรก็ได้ และไม่ใช่เขาเพิ่มไขมันเข้าไปในอาหาร Dr.Krauss ลดคาร์โบไฮเดรต และ เพิ่มโปรตีน

หรือคนที่กิน Vegan 100% ก็อาจมีปัญหาขาดวิตามินบี 12 เป็นต้น ทั้งที่สามารถลดไขมัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ก็ทำให้เรามีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

วิธีแก้ หาก LDL สูงเกิน

หากท่านกินคีโตแล้วตรวจพบว่ามีค่า LDL ในเลือดสูงมาก อาจลองเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันอีกระดับ หรือลองเปลี่ยนสถานะเป็น Low Carb ชั่วคราวเพื่อคุมน้ำหนัก ซึงปรับวิธีการทานดังนี้
  1. ถ้าทานไขมันสูง 60-70% ควรจะถอยมากินไขมันไม่เกิน 40-50%
  2. สามารถทานคาร์โบไฮเดรตน้อย ระดับ 20-30% ได้ (ปกติคีโต จะทาน 5-10% เพื่อให้เข้าสถานะคีโต)
  3. ให้เพิ่มโปรตีนเข้าไป ควรกินโปรตีนประมาณ 30%
หากทำเช่นนี้ ค่า LDL ท่านอาจจะลดลงมาได้ จะทำให้เกิดความสมดุลมากขึ้น แล้วค่อยพิจารณากลับไปเข้มงวดเรื่องการจำกัดอาหารแบบคีโตในภายหลัง แต่ถ้าพอใจกับการคุมน้ำหนักด้วย Low Carb ก็อาจใช้วิธีนี้แทน

 

หากท่านปรับเปลี่ยนอาหารแล้วยังมีระดับคอเลสเตอรอลสูงอยู่ อันนี้จึงมีความจำเป็นที่ท่านจะต้องทานยากลุ่ม Statin หรือ กลุ่มอื่นๆ เพื่อทำให้ระดับคอเลสเตอรอลมาอยู่ในระดับที่พอเหมาะ

ทั่วๆ ไปหากเกิน 190 ถือว่าไม่ปกติ ต้องมีอย่างอื่นที่ทำให้ท่านมีไขมันสูงขนาดนั้น อาจเป็นเพราะตัวรับ LDL ของท่านทำงานไม่ค่อยดี ไม่สามารถรับไขมันได้มากเท่าคนอื่น

ขอบคุณข้อมูลจาก: Youtube

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Intermittent Fasting คือ อะไร ?

  Intermittent Fasting (IF) หนึ่งในกระแสมาแรงที่พูดถึงกับบ่อยในเรื่องการดูแลสุขภาพ, ออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก น่าสนใจตรง เพียงแค่คุณปรับเวลาในการทานอาหาร จะมีผลต่อหลายอย่างในร่างกายแบบไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องการคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือ ใช้ความรู้สึก มีการทดลองจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้น รวมไปถึงระดับ นักแสดง ดารา แพทย์ นำมาพูดออกสื่อถึงกันบ่อย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน ทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ เอาง่ายๆ แค่ได้ยินว่า “ปรับเวลาทานอาหาร” ก็มีผลในการ “ลดน้ำหนัก” ได้ กระตุ้นต่อมความสนใจคนได้เยอะแล้วครับ แต่มีข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียง อะไรไหม ก็ลองมาดูรายละเอียดเบื้องต้นของ IF กัน   Intermittent Fasting คือ? ถ้าแปลตรงๆ จากภาษาอังกฤษ อาจฟังดูน่ากลัวหน่อย คือ “การลด (อด) อาหารแบบไม่สม่ำเสมอ” หรือ “ การอดอาหารเป็นพัก ๆ ” ซึ่งในทางปฏิบัติ Intermittent Fasting คือ “การปรับเวลา และลดมื้อในการทานอาหาร โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย” ทั้งนี้ ก็เพื่อจำกัดการใช้พลังงานที่ได้รับในแต่ละวันให้ลดลง (อีกชื่อ คือ int...

Intermittent Fasting อันตราย ? ทำอย่างไรจึงปลอดภัย

  คำถามโลกแตกเกี่ยวกับ Intermittent Fasting (IF) คือ อันตรายหรือไม่ ? แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้ว บางคนเรียกว่า “การอดอาหารเป็นพักๆ” (แต่จะฟังดูดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนจาก อด เป็น ลด) ในความจริง IF เป็นการอดอาหารบางมื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนบางตัวในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ถ้าทำแบบไม่ฝืนจะมีแต่ข้อดี แต่ก็มีคนจริงจังเกินไป จนเกิดผลเสีย เป้าหมายของ IF เพื่อสุขภาพ ถ้าเข้าใจหลักการจะมีความปลอดภัยมากขึ้น Intermittent Fasting อันตรายหรือไม่ ? ขึ้นกับความเข้าใจครับ ส่วนตัวผมคงตอบได้เต็มปากว่า “ไม่มีความอันตราย เป็นพิเศษ ” เพราะเป็นการปรับพฤติกรรมการกิน ให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย โดยหลักสำคัญสุดของ IF ที่ผู้เชี่ยวชาญรวมถึงแพทย์เฉพาะทาง ส่วนใหญ่ย้ำ คือ “สุขภาพ ต้องมาก่อน การลดน้ำหนัก” เสมอ ไม่ไหวก็หยุด ทางเลือกลดน้ำหนักมีหลายวิธี คนที่ใช้ IF แล้วเกิดปัญหาเท่าที่เห็น รีบอดอาหาร ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนเกิดโรคกระเพรา ไม่คำนวณพลังงาน จนสมองล้าตอนทำงาน งานเครียดมาก กระตุ้นต่อมความหิว กินโปรตีนแทน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน (ซึ่งร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานโปรตีน) กลายเป็นต้องการพลังงาน เห...

โรคลิ่มเลือดอุดตัน อันตรายในทุกวัย

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism: VTE) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีความเครียดหรือเครียดเรื้อรัง ส่วนใหญ่จะพบได้ในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 30 ปี แต่ก็มีผู้ที่อายุน้อยกว่านี้ที่พบเจออาการลิ่มเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งสาเหตุของอาการนี้เกิดจากการที่หลั่งฮอร์โมนอย่างไม่เหมาะสม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลของฮอร์โมนในระบบการทำงานของร่างกาย อาการลิ่มเลือดนั้นอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างมาก รวมถึงอาจเสียชีวิตอย่างคาดไม่ถึง   สาเหตุของลิ่มเลือดอุดตัน 1. ผนังหลอดเลือดผิดปกติ ผนังหลอดเลือดที่มีคราบไขมันเกาะอุดตันหรือเสียหาย สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ นอกจากนี้ การเจ็บปวดเพราะบาดแผลหลังการถูกมีดบาด หรือการผ่าตัดบางอย่าง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำได้ 2. การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ปกติ สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้การบีบตัวของหัวใจในการส่งเลือดขาดความต่อเนื่อง เกิดจากตัวผนังหลอดเลือดมีความโป่งพอง ทำให้เมื่อหัวใจบีบเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกา...