โปรตีนเป็นสารอาหารที่หาได้ง่าย ทั้งจากสัตว์ พืช หรือแบบสังเคราะห์แบบเวย์โปรตีน โปรตีนผงต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่า โปรตีนในปริมาณที่เท่ากัน กลับไม่ได้มีคุณค่าที่เท่ากัน ขึ้นกับว่าเป็นโปรตีนจากสัตว์ชนิดใด หรือ พืชชนิดไหน ควรทานอย่างไรถึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่เป็นโทษต่อสุขภาพ
IGF-1 เร่งกล้ามเนื้อ
โมเลกุลหนึ่งที่เรียกว่า IGF-1 (Insulin-like growth factor 1) นักเล่นกล้ามบางคนจะใช้ IGF-1 และ growth hormone เพื่อเพิ่มกล้าม (Growth hormone และ IGF-1 มีความเกี่ยวข้องกันค่อนข้างมาก) เป็นฮอร์โมนที่ทำให้เราเยาว์วัยขึ้น ซ่อมแซมส่วนที่เสียไปของร่างกายได้ดีขึ้น และจะออกฤทธิ์ผ่าน IGF-1ข้อดี IGF-1
- ทำให้กล้ามเจริญเติบโตดี
- ลดไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ดูลีนมากขึ้น
- ทำให้สมองเจริญเติบโตลดความเสื่อม เพิ่มความจำ ป้องกันความจำเสื่อมได้
ข้อเสีย IGF-1 (กรณีมากเกินไป)
- ในสัตว์ทดลอง ในเซลล์ แม้กระทั่งในคน หากมี IGF-1 มากเกินไป จะทำให้อายุสั้นลง และเป็นมะเร็ง หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น
แต่ถ้ามีมากเกินไป ก็จะเกิดโรคความเสื่อมต่างๆ และ อายุที่สั้นลง ควรต้องอยู่ตรงกลางจึงจะดี
เนื้อสัตว์มีกรดอะมิโนที่จำเป็นเยอะกว่า
กรดอะมิโนที่จำเป็นคือ กรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ จะต้องอาศัยจากการรับประทานเข้าไป มี 9 ชนิด ได้แก่- Histedine
- Isoleucine
- Leucine
- Valine
- Phenylalanine
- Methionine
- Lysine
- Threonine
- Tryptophan
ดังนั้นกลุ่มเนื้อสัตว์ทั้งหมดจะเพิ่ม IGF-1 ทำให้เรามีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มีความจำที่ดี แต่การที่มี IGF-1 ลอยอยู่ในร่างกายเยอะๆ ก็จะไปกระตุ้นเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์มะเร็งให้แบ่งตัวต่อไปได้
วิธีการคือ เราควรนำเอา IGF-1 ไปอยู่ในบริเวณที่ได้ใช้ได้แก่- กล้ามเนื้อ
- ไขมันตามผิวหนัง
- สมอง
ประโยชน์และโทษของโปรตีนจากพืช
ข้อดี คือ กลูคากอนจะไปที่ตับ จะไปกระตุ้นเอนไซม์กลุ่มหนึ่ง ทำให้สร้างสารตัวหนึ่งชื่อ Cyclic AMP (Cyclic adenosine monophosphate) และจะไปกระตุ้นฮอร์โมนต่างๆ จะไปลดคอเลสเตอรอลของร่างกายด้วยการสังเคราะห์ตัวรับคอเรสเตอรอลขึ้นมา แล้วไปลดโอกาสเกิดหลอดเลือดหัวใจต่างๆได้ข้อเสีย คือ จะมีกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายสร้างเองได้ จะมีกรดอะมิโนที่จำเป็นน้องมากโดยเฉพาะ Tryptophan และ Lysine ค่อนข้างน้อยมากๆ ก็จะทำให้มีปัญหา เพราะ ท่านจะต้องกินโปรตีนจากพืชเป็นปริมาณมาก เพื่อจะได้ปริมาณกรดอะมิโนที่จำเป็นที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้มากเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากท่านกินพืชที่มีกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายปริมาณมาก จะไปกระตุ้นทำให้ลดการหลั่งอินซูลินลง (อินซูลินจะไปสร้างกล้ามเนื้อ คนเล่นกล้ามบางคนจึงไปฉีดอินซูลินเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ) แล้วไปเพิ่มกลูคากอน เป็นฮอร์โมนซึ่งทำให้ร่างกายผลิตกลูโคสเพิ่มมากขึ้น อินซูลิน กับ กลูคากอนจะมาด้วยกัน ถ้าอินซูลินเพิ่ม กลูคากอนจะลด แต่ถ้า อินซูลินลด กลูคากอน ก็จะเพิ่ม
เนื้อแดง โปรตีนสัตว์เสี่ยงมะเร็ง ?
มีงานวิจัยออกมาหลายงาน ว่าการกินเนื้อสัตว์เยอะ จะทำให้เป็นมะเร็งหลายๆ ตำแหน่ง จะมีงานวิจัยขนาดใหญ่ออกมาเมื่อปี 2016 เป็นงานวิจัยที่ลงในวารสาร JAMA Internal Medicine ที่อเมริกา ที่ได้รับความนิยมมากๆ (Source) ในงานวิจัย จะพบว่า คนที่กินเนื้อสัตว์ที่เกิดอัตราการเสียชีวิต อัตราการเป็นมะเร็ง อัตราการเกิดหลอดเลือดหัวใจและสมองที่สูงกว่า เป็นกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้- อ้วน
- สูบบุหรี่
- ดื่มเหล้าเยอะ
- ไม่ออกกำลังกายเลย
โปรตีนพืชและสัตว์ ควรทานอย่างสมดุล
ดังนั้นจะเห็นว่าทั้งสองแบบจะมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน เราควรเดินสายกลาง ควรจะกินเนื้อผสมกับพืช เพื่อได้ทั้งสองทาง หากท่านกินแต่พืช อายุอาจยืนขึ้น แต่ความจำไม่ดี กล้ามเนื้อเหี่ยวลีบ ท่านก็จะหกล้มง่าย ทำอะไรก็ลำบาก แต่หากท่านกินแต่เนื้อ เกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ก็ก่อมะเร็งและโรคต่างๆ ดังนั้นต้องนำไปใช้ด้วยการออกกำลังกาย เพื่อเอาไปใช้ที่สมองและกล้ามเนื้อ กลับมาสู่ concept หรือวิธีการคิดแบบดั้งเดิมคือ - เดินบนทางสายกลาง ควรมีความสมดุลที่ดี - ออกกำลังกาย - พักผ่อนให้เพียงพอการทานโปรตีน จึงควรทานอย่างสมดุล กินโปรตีนจากสัตว์ จากพืช ถ้าช่วงไหนกินโปรตีนจากเนื้อมาก ก็อาจจะกิน Omega3 เสริม เพราะจะมีมากในโปรตีนจากพืช และ โปรตีนจากเนื้อปลา แต่ถ้าช่วงไหนกินปลาเยอะ ก็จะไม่กิน Omega3 เสริม อาหารเสริมคุณหมอจะกินแล้วแต่อาหารในช่วงนั้นกินอะไร ไม่ได้กินตลอดเวลา เพราะไม่มีประโยชน์
ขอบคุณข้อมูลจาก: Youtube