ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เดิน 10000 ก้าว เท่ากับกี่กิโลเมตร และเดินอย่างไร

การเดิน 8 พันก้าว หรือ 1 หมื่นก้าว เป็นเกณฑ์ออกกำลังกายพื้นฐานที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากพวกแอปออกกำลังกายแนะนำให้ทำแบบนั้น ทำให้มีหลายคนพยายามทำตาม แม้ว่าต้นกำเนิดการเดิน 1 หมื่นก้าว จะมาจากแคมเปญโฆษณาเครื่องนับก้าวเดินในยุค 1960 ที่ญี่ปุ่น ซึ่งใช้เป็นมาตรวัดอะไรไม่ได้ แต่ในทางปฎิบัติการเดินเยอะๆ ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพ ช่วยลดไขมันแบบได้ผลจริง เหมาะกับคนที่ไม่สามารถออกกำลังกายแบบหนักๆ ได้

 

ประโยชน์ของการเดิน

การเดินมีประโยชน์กว่าที่คุณคิด ถือเป็นตัวเสริมการออกกำลังกายที่ดี ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและหลอดเลือด เสริมสร้างกระดูก ลดไขมันส่วนเกิน และเพิ่มพลังของกล้ามเนื้อและความอดทน ลดความเสี่ยงจากหลายโรค

ที่สำคัญ เมื่อคุณเดินครบเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ แสดงว่าคุณมีความใส่ใจด้านสุขภาพมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน และมีแนวโน้มที่จะออกกำลังกายทางเลือกแบบอื่นๆ ตามมาในอนาคต ซึ่งดีกว่าการไม่ตั้งเป้าหมายอะไรเลย

กล่าวสั้นๆ คือ ดีกว่าดูแต่คลิปออกกำลังกายแล้วบอกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ เอาเวลาไปเดินเพื่อสุขภาพกันดีกว่า

 

เดินทาง 10,000 ก้าว ไกลแค่ไหน ?

ถ้าเทียบระยะทางแบบคร่าวๆ 10,000 ก้าวจะอยู่ที่ประมาณ 7.62 กิโลเมตร หรือประมาณ 7-8 กิโลเมตร โดยมีสูตรคำนวณเฉลี่ย
1 ก้าว = 0.762 เมตร หรือ 1 ก้าว = 76.20 เซนติเมตร
ทั้งนี้ ไม่สามารถคำนวณก้าวแต่ละคนได้ เพราะมีอายุ ความสูง และลักษณะการก้าวเดินที่แตกต่างกันไป มีจังหวะก้าวสั้น-ยาว ต่างกันไป บางคนอาจอยู่ที่ก้าวละ 50-60 เซนติเมตร

อันที่จริง การเดินไม่จำเป็นต้องถึง 1 หมื่นก้าวเสมอ เพราะอาจไม่มีประสิทธิภาพในการชี้วัดนัก จากการที่เราเดินก้าวสั้นบ้าง ยาวบ้าง เดินแล้วพักบ้าง เดินเร็วสลับช้าบ้าง ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจที่ต่างกันออกไป

 

8,000 ก้าว ไกลแค่ไหน ?

จากสูตรมาตรฐานที่นิยมใช้ การเดิน 8000 ก้าวเท่ากับ 6.096 กิโลเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขโดยประมาณเท่านั้น ขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน  

เดินทาง 10,000 ก้าว ใช้เวลาแค่ไหน ?

ถ้าเดินด้วยความเร็วปกติโดยไม่พัก ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที อาจจะเร็วกว่านั้นถ้าเร่งความเร็ว และอาจช้ากว่านั้นถ้ามีพักเป็นระยะ  

เดินหมื่นก้าวแบบไม่ต้องนับ

เดิน 10,000 ก้าวอาจไม่ต้องใช้อุปกรณ์แบบสมาร์ทโฟน, สมาร์ทแบนด์, แอปหรือมือถือติดตามตัวก็ได้ เพราะการเดินครบก้าวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการเดินที่มีประสิทธิภาพ ควรให้ความสำคัญกับระยะทางและเวลาในการออกกำลังกายมากกว่า
  • สามารถเดินโดยนับระยะทางแทน เช่น เดินรอบสวนในกรุงที่กว้าง 2 กิโลเมตร ก็เดิน 4 รอบ เป็นต้น (ใช้ Google Map วัดก็ได้)
  • เดินโดยนับเวลา นับเฉพาะช่วงไม่หยุดเดินให้ได้วันละ 90 นาที
 

ออกกำลังกายแทนการเดิน

มีการออกกำลังกายหลายอย่างที่ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจได้เร็วพอกัน ทำให้การหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น และให้ผลไม่ต่างกันมาก
  • กิจกรรมปานกลาง 10 นาที เหมือนเดิน 1 พันก้าว เช่น ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน, เต้น, ขุดดิน-ทำสวน, ขี่ม้า, พายเรือ
  • กิจกรรมหนัก 10 นาที เหมือนเดิน 2 พันก้าว เช่น แอโรบิค, กรรเชียงบกม ปั่นจักรยานเร็ว, วิ่งออกกำลังกาย, เล่นบอลกับเพื่อน
สำหรับคนที่ไม่รู้จะไปเดินที่ไหนดี ไม่มีลู่เดิน ก็สามารถเต้นแอโรบิค หรือขยับร่างกายต่อเนื่อง เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 40 นาทีได้เช่นกัน  

ทำอย่างไรให้เดินถึงหมื่นก้าว

โดยปกติคนเราจะเดินในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เพียงแค่หาเวลาเดินเพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมงก็พอ ซึ่งมีทางเลือกหลายอย่าง เช่น
  • เดินทางแทนรถ (กรณีไม่ใช้รถส่วนตัว) หากบ้านอยู่ไม่ไกลมาก เดินไม่ถึงชั่วโมงก็ลองเปลี่ยนเป็นเดินไป-กลับที่ทำงาน แต่ถ้าไกลมาก ลองหาวิธีเดินก่อนถึงที่หมาย เช่น ลงจากรถประจำทางก่อนถึงบ้านสัก 3-5 ป้าย
  • เดินไปซื้อของ ช้อปปิ้ง เดินดูสินค้าในตลาด ไม่ต้องแวะซื้อมากนัก เน้นเดินเล่น
  • เดินพักผ่อนยามว่าง ช่วงหลังทานอาหาร แทนที่จะมานั่งเล่นมือถือ อาจเดินสัก 20 นาที (ราว 2 พันก้าว)
  • พาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นแถวบ้าน
  • เดินขึ้นลงบันไดออฟฟิศหรือคอนโด แทนการใช้ลิฟต์
  • ระหว่างใช้มือถือ แทนที่จะนั่งเฉยๆ ก็เดินไปด้วย
 

ทั้งนี้ การเดิน 1 หมื่นก้าวเป็นเพียงเป้าหมายเพื่อให้ได้ออกกำลังกายบ้างเท่านั้น ซึ่งถ้าประยุกต์ใช้จะมีประโยชน์กับร่างกายและไม่เสียเวลาใช้ชีวิต เหมือนคนญี่ปุ่นที่เดินไปโรงเรียนหรือเดินไปทำงานกันบ่อยครั้ง แต่หากต้องการการออกกำลังกายที่ได้ประสิทธิภาพในเวลาที่จำกัดก็ควรพิจารณาทางเลือกอื่น ไม่ควรมาแข่งกันว่า "ระหว่างการเดินและการวิ่ง แบบไหนได้สุขภาพดีกว่า ทำให้ผอมเร็วกว่า" เอาเวลาที่เสียไปกับการนั่งคิด ไปออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งสักวิธีกันดีกว่าครับ

 

อ้างอิงบทความจาก: Medibank

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Intermittent Fasting คือ อะไร ?

  Intermittent Fasting (IF) หนึ่งในกระแสมาแรงที่พูดถึงกับบ่อยในเรื่องการดูแลสุขภาพ, ออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก น่าสนใจตรง เพียงแค่คุณปรับเวลาในการทานอาหาร จะมีผลต่อหลายอย่างในร่างกายแบบไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องการคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือ ใช้ความรู้สึก มีการทดลองจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้น รวมไปถึงระดับ นักแสดง ดารา แพทย์ นำมาพูดออกสื่อถึงกันบ่อย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน ทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ เอาง่ายๆ แค่ได้ยินว่า “ปรับเวลาทานอาหาร” ก็มีผลในการ “ลดน้ำหนัก” ได้ กระตุ้นต่อมความสนใจคนได้เยอะแล้วครับ แต่มีข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียง อะไรไหม ก็ลองมาดูรายละเอียดเบื้องต้นของ IF กัน   Intermittent Fasting คือ? ถ้าแปลตรงๆ จากภาษาอังกฤษ อาจฟังดูน่ากลัวหน่อย คือ “การลด (อด) อาหารแบบไม่สม่ำเสมอ” หรือ “ การอดอาหารเป็นพัก ๆ ” ซึ่งในทางปฏิบัติ Intermittent Fasting คือ “การปรับเวลา และลดมื้อในการทานอาหาร โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย” ทั้งนี้ ก็เพื่อจำกัดการใช้พลังงานที่ได้รับในแต่ละวันให้ลดลง (อีกชื่อ คือ int...

Intermittent Fasting อันตราย ? ทำอย่างไรจึงปลอดภัย

  คำถามโลกแตกเกี่ยวกับ Intermittent Fasting (IF) คือ อันตรายหรือไม่ ? แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้ว บางคนเรียกว่า “การอดอาหารเป็นพักๆ” (แต่จะฟังดูดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนจาก อด เป็น ลด) ในความจริง IF เป็นการอดอาหารบางมื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนบางตัวในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ถ้าทำแบบไม่ฝืนจะมีแต่ข้อดี แต่ก็มีคนจริงจังเกินไป จนเกิดผลเสีย เป้าหมายของ IF เพื่อสุขภาพ ถ้าเข้าใจหลักการจะมีความปลอดภัยมากขึ้น Intermittent Fasting อันตรายหรือไม่ ? ขึ้นกับความเข้าใจครับ ส่วนตัวผมคงตอบได้เต็มปากว่า “ไม่มีความอันตราย เป็นพิเศษ ” เพราะเป็นการปรับพฤติกรรมการกิน ให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย โดยหลักสำคัญสุดของ IF ที่ผู้เชี่ยวชาญรวมถึงแพทย์เฉพาะทาง ส่วนใหญ่ย้ำ คือ “สุขภาพ ต้องมาก่อน การลดน้ำหนัก” เสมอ ไม่ไหวก็หยุด ทางเลือกลดน้ำหนักมีหลายวิธี คนที่ใช้ IF แล้วเกิดปัญหาเท่าที่เห็น รีบอดอาหาร ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนเกิดโรคกระเพรา ไม่คำนวณพลังงาน จนสมองล้าตอนทำงาน งานเครียดมาก กระตุ้นต่อมความหิว กินโปรตีนแทน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน (ซึ่งร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานโปรตีน) กลายเป็นต้องการพลังงาน เห...

Keto Diet คือ อะไร ?

คีโต (Keto Diet) หรือ คีโตเจเนติก ไดเอ็ต (Ketogenic Diet) หนึ่งในกระแสมาแรงจากต่างประเทศหลังปี 2016 ทำให้ทั้งกลุ่มผู้ออกกำลังกาย เทรนเนอร์ นักกีฬา นักเพาะกาย หมอ นักข่าว รวมถึงพวกนักการตลาด ต่างต้องรีบจับกระแสให้ทัน แน่นอนกระแสมาในไทยเช่นกัน (แต่ปี 2018 ค่อนข้างดังแบบแง่ลบ) แล้วเจ้าคีโต มันแย่แบบที่สื่อและโซเชียลไทยแลนด์ กล่าวถึงหรือเปล่า ? ในที่นี้ มาทำความรู้จักกับคีโตแบบคร่าวๆ กันก่อน Keto Diet คือ อะไร Ketogenic Diet เป็นการลดน้ำหนักรูปแบบหนึ่ง ที่ได้สุขภาพด้วย มีหลักการทานอาหารแบบ “ เน้นไขมัน ลดโปรตีน คาร์โบไฮเดรตต่ำสุด ” และคุมแคลอรี่ระดับหนึ่ง อธิบายเข้าใจง่ายแบบกระชับ ก่อนอื่นทำความเข้าใจสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกันมานาน 2 เรื่องก่อน โปรตีนเป็นแหล่งพลังงาน ? ถูกสอนมาผิดครับ พลังงานโปรตีนร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้โดยตรง ซ้ำร้าย คือ ยิ่งกินโปรตีนเยอะ สามารถเพิ่มปริมาณอินซูลินได้อีก คนไดเอ็ตแบบกินแต่โปรตีนไม่กินทั้งไขมันและแป้ง ทำให้หิวมากขึ้นได้ มีสองอย่างที่ร่างกายดึงไปใช้ได้ คือ คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน ไขมัน คือ ต้นเหตุในการเพิ่มไขมัน ? จริงบางส่วน แต่ไม่โหดเท่าอี...