ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การเดินและวิ่งแบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่า

การเดินและการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ทั้งหมดเราสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ และให้ประโยชน์ทางสุขภาพอย่างมาก ความแตกต่างระหว่างกิจกรรมทั้งสองนี้อาจทำให้คุณสงสัยว่าตัวเลือกใดที่น่าสนใจสำหรับคุณ

 

ความแตกต่างหลัก

การเดินออกกำลังกายและการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้กลุ่มกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อหลังอย่างหลัก แต่มีความเร็วในการเคลื่อนที่ และปริมาณการใช้พลังงานที่แตกต่างกัน

ความเร็วในการเคลื่อนที่

  • การเดิน: ความเร็วปกติของการเดินอยู่ระหว่าง 3-6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • การวิ่ง: ความเร็วปกติของการวิ่งอยู่ระหว่าง 8-16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การใช้พลังงาน

  • การเดิน: การเดินใช้พลังงานประมาณ 100 กิโลแคลอรีต่อกิโลเมตร
  • การวิ่ง: การวิ่งใช้พลังงานประมาณ 120 กิโลแคลอรีต่อกิโลเมตร
 

ประโยชน์ของการเดิน

  1. ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน: การเดินสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้ โดยช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  2. กระตุ้นการสลายไขมัน: การเดินช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมัน ช่วยลดไขมันสะสมในร่างกาย
  3. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: การเดินสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจโดยการควบคุมความดันโลหิต และลดระดับคอเลสเตอรอล
 

ประโยชน์ของการวิ่ง

  1. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ: การวิ่งสามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อหลัง
  2. เพิ่มสมรรถภาพทางกาย: การวิ่งช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย และส่งเสริมการทำงานของระบบหายใจและหัวใจ
  3. ช่วยลดความวิตกกังวล: การวิ่งช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มความสุข กระตุ้นฮอร์โมนในร่างกาย
 

การเลือกการเดินหรือการวิ่ง

  1. มือใหม่: หากคุณเป็นมือใหม่ในการออกกำลังกาย การเริ่มต้นด้วยการเดินอาจเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเสี่ยงน้อยและเริ่มต้นได้ง่าย แล้วค่อยพัฒนาเป็นการวิ่ง
  2. วัยรุ่นและวัยทำงาน: การวิ่งอาจเป็นตัวเลือกที่ดี รวดเร็ว ประหยัดเวลา
  3. คนที่มีอายุมากขึ้น: การเดินเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่าการวิ่ง
  4. คนที่มีน้ำหนักเกิน: หากคุณมีน้ำหนักเกิน การเดินเป็นตัวเลือกที่ดีเพื่อลดแรงกระแทกต่อข้อต่าง ๆ และลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ
  5. คนทำ Keto: หากต้องการลดแป้ง การวิ่งแบบ Sprint ในเวลาสั้นๆ เริ่มหมดแรงก็พักแล้ววิ่งใหม่ จะช่วยลดคาร์บได้ดีและไม่กระตุ้นความหิวแบบวิ่งต่อเนื่อง
 

การเลือกเดินหรือวิ่งเพื่อลดไขมันขึ้นอยู่กับความสะดวกและประสิทธิภาพของแต่ละคน หากคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย การเริ่มต้นด้วยการเดินอาจเป็นตัวเลือกที่ดี เมื่อร่างกายเริ่มเข้าใจจังหวะการออกกำลังกายและปรับตัวได้ดีขึ้น คุณสามารถเพิ่มความเร็วและเปลี่ยนเป็นการวิ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดไขมัน ซึ่งการผสมผสานระหว่างเดินและวิ่งอาจได้ผลดีกว่าการเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Intermittent Fasting คือ อะไร ?

  Intermittent Fasting (IF) หนึ่งในกระแสมาแรงที่พูดถึงกับบ่อยในเรื่องการดูแลสุขภาพ, ออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก น่าสนใจตรง เพียงแค่คุณปรับเวลาในการทานอาหาร จะมีผลต่อหลายอย่างในร่างกายแบบไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องการคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือ ใช้ความรู้สึก มีการทดลองจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้น รวมไปถึงระดับ นักแสดง ดารา แพทย์ นำมาพูดออกสื่อถึงกันบ่อย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน ทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ เอาง่ายๆ แค่ได้ยินว่า “ปรับเวลาทานอาหาร” ก็มีผลในการ “ลดน้ำหนัก” ได้ กระตุ้นต่อมความสนใจคนได้เยอะแล้วครับ แต่มีข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียง อะไรไหม ก็ลองมาดูรายละเอียดเบื้องต้นของ IF กัน   Intermittent Fasting คือ? ถ้าแปลตรงๆ จากภาษาอังกฤษ อาจฟังดูน่ากลัวหน่อย คือ “การลด (อด) อาหารแบบไม่สม่ำเสมอ” หรือ “ การอดอาหารเป็นพัก ๆ ” ซึ่งในทางปฏิบัติ Intermittent Fasting คือ “การปรับเวลา และลดมื้อในการทานอาหาร โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย” ทั้งนี้ ก็เพื่อจำกัดการใช้พลังงานที่ได้รับในแต่ละวันให้ลดลง (อีกชื่อ คือ int...

Intermittent Fasting อันตราย ? ทำอย่างไรจึงปลอดภัย

  คำถามโลกแตกเกี่ยวกับ Intermittent Fasting (IF) คือ อันตรายหรือไม่ ? แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้ว บางคนเรียกว่า “การอดอาหารเป็นพักๆ” (แต่จะฟังดูดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนจาก อด เป็น ลด) ในความจริง IF เป็นการอดอาหารบางมื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนบางตัวในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ถ้าทำแบบไม่ฝืนจะมีแต่ข้อดี แต่ก็มีคนจริงจังเกินไป จนเกิดผลเสีย เป้าหมายของ IF เพื่อสุขภาพ ถ้าเข้าใจหลักการจะมีความปลอดภัยมากขึ้น Intermittent Fasting อันตรายหรือไม่ ? ขึ้นกับความเข้าใจครับ ส่วนตัวผมคงตอบได้เต็มปากว่า “ไม่มีความอันตราย เป็นพิเศษ ” เพราะเป็นการปรับพฤติกรรมการกิน ให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย โดยหลักสำคัญสุดของ IF ที่ผู้เชี่ยวชาญรวมถึงแพทย์เฉพาะทาง ส่วนใหญ่ย้ำ คือ “สุขภาพ ต้องมาก่อน การลดน้ำหนัก” เสมอ ไม่ไหวก็หยุด ทางเลือกลดน้ำหนักมีหลายวิธี คนที่ใช้ IF แล้วเกิดปัญหาเท่าที่เห็น รีบอดอาหาร ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนเกิดโรคกระเพรา ไม่คำนวณพลังงาน จนสมองล้าตอนทำงาน งานเครียดมาก กระตุ้นต่อมความหิว กินโปรตีนแทน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน (ซึ่งร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานโปรตีน) กลายเป็นต้องการพลังงาน เห...

วิธีใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน (Oxygen Concentrator)

การผลิตออกซิเจนในบ้านสามารถทำได้โดยใช้เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถแยกออกซิเจนจากอากาศ ช่วยให้ผู้ที่มีออกซิเจนในเลือดต่ำสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น รวมถึงคนวัยทำงานที่เคยมีปัญหาจากฝุ่น ปอดอักเสบจากโควิด หรือ โรคประจำตัวต่างๆ แม้แต่ออกกำลังกายบ่อย นอนไม่พอเพราะหายใจติดขัด ก็สามารถใช้เครื่องชนิดนี้ได้ ควรปรึกษาแพทย์กับทีมงานก่อนเพื่อทำความเข้าใจถึงเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้น วิธีการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน หลัก ๆ ก็จะมีปุ่มเปิด ปิด ปุ่มปรับอัตราการไหลของออกซิเจน ช่องที่ออกซิเจนออกมีที่วางสําหรับกระป๋องที่เพิ่มความชื้นให้กับอากาศที่เราหายใจ มีกระป๋องเพิ่มความชื้นสําหรับอากาศ กระป๋องบนเครื่องโดยปกติจะต้องเติมน้ำ ควรเป็นปราศจากเชื้อ แต่ถ้าในกรณีจําเป็นเราสามารถใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดมาใช้แทนได้ เมื่อเปิดออกมาแล้ว ฝาให้หงายขึ้น เติมน้ำ เติมน้ำประมาณ 3 ใน 4 ของกระป๋อง ไม่จําเป็นต้องเติมให้เต็ม เพราะว่าระหว่างการทํางานของเครื่องอาจจะทําให้เกิดฟองของน้ำ และทําให้น้ำกระฉอกออกจากตัวกระป๋องได้ ปิดกระป๋องให้แน่นในแต่ละเครื่อง เขาจะมีท...