ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โพแทสเซียม (Potassium) สารอาหารมีประโยชน์

โพแทสเซียม ถือเป็นสารอาหารมีประโยชน์มากกับระบบการทำงาน แต่หลายคนมองข้ามไปเพราะไม่ช่วยเรื่องผิวพรรณหรือการลดน้ำหนัก ต่างจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวอื่น ซึ่งการทานโพแทสเซียมให้เพียงพอในแต่ละวันถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก

 

ประโยชน์ของโพแทสเซียม

  • สร้างสมดุลของของน้ำและแร่ธาตุ: โพแทสเซียมช่วยในการควบคุมปริมาณน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ระบบเคมีชีวภาพทำงานอย่างปกติ
  • ส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ: โพแทสเซียมเสริมสร้างการส่งสัญญาณของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อสามารถขยับแข็งและผ่อนคลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • บำรุงสุขภาพหัวใจ: โพแทสเซียมมีบทบาทในการควบคุมการเต้นของหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
  • ช่วยในการย่อยอาหาร: โพแทสเซียมมีบทบาทในกระบวนการย่อยอาหาร ช่วยในการส่งผ่านสารอาหารไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย
  • บำรุงสุขภาพกระดูกและฟัน: โพแทสเซียมช่วยในการควบคุมกระบวนการคายแคลเซียมในกระดูก ช่วยรักษาและป้องกันการสูญเสียแร่ธาตุในกระดูก
  • ลดความเสี่ยงของโรคหินไต: การทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงช่วยลดความเสี่ยงของการสะสมของกรดยูริกและหินไต
 

โทษของโพแทสเซียม

ปกติโพแทสเซียมจะดีกับร่างกาย แต่หากมีระดับโพแทสเซียมสูงเกินไป จะสร้างผลเสียต่อร่างกาย
  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง (ไฮเปอร์คาเลมีเอีย): การได้รับโพแทสเซียมเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการอาจทำให้โพแทสเซียมในเลือดสูง ส่งผลให้เกิดอาการชัก หรือหัวใจวาย
  • การทำงานของไตลด: ไตทำหน้าที่ควบคุมระดับโพแทสเซียมในร่างกาย หากไตทำงานไม่ปกติ อาจเกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวาย กรณีผู้ป่วยโรคไตจะให้งดทานอาหารที่มีโพแทสเซียม
  • ความดันโลหิตต่ำ: โพแทสเซียมมีบทบาทในการควบคุมความดันโลหิต การได้รับโพแทสเซียมเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการอาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • อาการท้องเสีย: การบริโภคโพแทสเซียมเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาทิ ท้องผูก ท้องเสีย และปวดท้อง
  • อาการเหนื่อยง่าย: การบริโภคโพแทสเซียมเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการอาจส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย และลดประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย
 

ระดับโพแทสเซียมที่เหมาะสม

ระดับโพแทสเซียมในเลือด ปริมาณ อาการ
ระดับปกติ 3.5 – 5.0 mEq/L -
ระดับต่ำ น้อยกว่า 3.5 mEq/L ทำให้ ซึม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ตะคริว
ระดับสูง มากกว่า 5.0 mEq/L ทำให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกาย หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
 

อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง

โพแทสเซียมในรูปแบบอาหารเสริม มักพบได้ในรูปแบบของวิตามินรวมและแร่ธาตุรวม แต่ส่วนใหญ่จะมีปริมาณที่น้อย ควรทานจากธรรมชาติ
  1. ผักใบเขียว: ผักสีเขียวเข้มหลายชนิดมีโพแทสเซียมสูง
  2. ปลา: ปลาทะเลหลายชนิด เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน และปลากระพง มีโพแทสเซียมสูง ช่วยในการบำรุงสุขภาพหัวใจ
  3. ถั่วและเมล็ดถั่วต่าง ๆ: ถั่วลิสง ถั่วเน่า และอัลมอนด์ เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดี ช่วยในการบำรุงร่างกาย กระดูก และฟัน
  4. กล้วย: กล้วยเป็นแหล่งของโพแทสเซียมที่ดี ช่วยในการบำรุงร่างกายและการทำงานของกล้ามเนื้อ
  5. มะเขือเทศ: ช่วยในการควบคุมความดันโลหิตและสุขภาพหัวใจ
  6. ส้ม: นอกจากวิตามินซีแล้ว ส้มยังเป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดี
  7. ถั่วเขียว: ช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพกระดูกและฟัน
  8. มันบัว: เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดี ช่วยในการควบคุมระดับน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย
  9. อะโวคาโด: ช่วยในการบำรุงร่างกายและการย่อยอาหาร
  10. สปินัช: ช่วยในการบำรุงสุขภาพหัวใจและลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
  11. นมและผลิตภัณฑ์นม: นม โยเกิร์ต และชีสเป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดี ช่วยบำรุงร่างกาย กระดูก และฟัน
  12. น้ำมันมะกอก: ผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารที่มีส่วนผสมของโพแทสเซียมสูง
  13. มะพร้าวและน้ำมะพร้าว: มะพร้าวเป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดี ช่วยในการควบคุมระดับน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย
  14. ะเฟือง: ช่วยในการบำรุงร่างกายและการย่อยอาหาร
 

อาหารที่ลดโพแทสเซียมในร่างกาย

  • น้ำตาล
  • กาแฟ
  • แอลกอฮอล์
  • ยาขับปัสสาวะ
 

การบริโภคอาหารที่มีโพแทสเซียมในปริมาณเหมาะสมสำหรับร่างกาย จะช่วยให้คุณสามารถรักษาสุขภาพที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อวางแผนอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายคุณเอง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Intermittent Fasting คือ อะไร ?

  Intermittent Fasting (IF) หนึ่งในกระแสมาแรงที่พูดถึงกับบ่อยในเรื่องการดูแลสุขภาพ, ออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก น่าสนใจตรง เพียงแค่คุณปรับเวลาในการทานอาหาร จะมีผลต่อหลายอย่างในร่างกายแบบไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องการคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือ ใช้ความรู้สึก มีการทดลองจนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้น รวมไปถึงระดับ นักแสดง ดารา แพทย์ นำมาพูดออกสื่อถึงกันบ่อย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน ทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ เอาง่ายๆ แค่ได้ยินว่า “ปรับเวลาทานอาหาร” ก็มีผลในการ “ลดน้ำหนัก” ได้ กระตุ้นต่อมความสนใจคนได้เยอะแล้วครับ แต่มีข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียง อะไรไหม ก็ลองมาดูรายละเอียดเบื้องต้นของ IF กัน   Intermittent Fasting คือ? ถ้าแปลตรงๆ จากภาษาอังกฤษ อาจฟังดูน่ากลัวหน่อย คือ “การลด (อด) อาหารแบบไม่สม่ำเสมอ” หรือ “ การอดอาหารเป็นพัก ๆ ” ซึ่งในทางปฏิบัติ Intermittent Fasting คือ “การปรับเวลา และลดมื้อในการทานอาหาร โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย” ทั้งนี้ ก็เพื่อจำกัดการใช้พลังงานที่ได้รับในแต่ละวันให้ลดลง (อีกชื่อ คือ int...

Intermittent Fasting อันตราย ? ทำอย่างไรจึงปลอดภัย

  คำถามโลกแตกเกี่ยวกับ Intermittent Fasting (IF) คือ อันตรายหรือไม่ ? แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้ว บางคนเรียกว่า “การอดอาหารเป็นพักๆ” (แต่จะฟังดูดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนจาก อด เป็น ลด) ในความจริง IF เป็นการอดอาหารบางมื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนบางตัวในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ถ้าทำแบบไม่ฝืนจะมีแต่ข้อดี แต่ก็มีคนจริงจังเกินไป จนเกิดผลเสีย เป้าหมายของ IF เพื่อสุขภาพ ถ้าเข้าใจหลักการจะมีความปลอดภัยมากขึ้น Intermittent Fasting อันตรายหรือไม่ ? ขึ้นกับความเข้าใจครับ ส่วนตัวผมคงตอบได้เต็มปากว่า “ไม่มีความอันตราย เป็นพิเศษ ” เพราะเป็นการปรับพฤติกรรมการกิน ให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย โดยหลักสำคัญสุดของ IF ที่ผู้เชี่ยวชาญรวมถึงแพทย์เฉพาะทาง ส่วนใหญ่ย้ำ คือ “สุขภาพ ต้องมาก่อน การลดน้ำหนัก” เสมอ ไม่ไหวก็หยุด ทางเลือกลดน้ำหนักมีหลายวิธี คนที่ใช้ IF แล้วเกิดปัญหาเท่าที่เห็น รีบอดอาหาร ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนเกิดโรคกระเพรา ไม่คำนวณพลังงาน จนสมองล้าตอนทำงาน งานเครียดมาก กระตุ้นต่อมความหิว กินโปรตีนแทน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน (ซึ่งร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานโปรตีน) กลายเป็นต้องการพลังงาน เห...

วิธีใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน (Oxygen Concentrator)

การผลิตออกซิเจนในบ้านสามารถทำได้โดยใช้เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถแยกออกซิเจนจากอากาศ ช่วยให้ผู้ที่มีออกซิเจนในเลือดต่ำสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น รวมถึงคนวัยทำงานที่เคยมีปัญหาจากฝุ่น ปอดอักเสบจากโควิด หรือ โรคประจำตัวต่างๆ แม้แต่ออกกำลังกายบ่อย นอนไม่พอเพราะหายใจติดขัด ก็สามารถใช้เครื่องชนิดนี้ได้ ควรปรึกษาแพทย์กับทีมงานก่อนเพื่อทำความเข้าใจถึงเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้น วิธีการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนในบ้าน หลัก ๆ ก็จะมีปุ่มเปิด ปิด ปุ่มปรับอัตราการไหลของออกซิเจน ช่องที่ออกซิเจนออกมีที่วางสําหรับกระป๋องที่เพิ่มความชื้นให้กับอากาศที่เราหายใจ มีกระป๋องเพิ่มความชื้นสําหรับอากาศ กระป๋องบนเครื่องโดยปกติจะต้องเติมน้ำ ควรเป็นปราศจากเชื้อ แต่ถ้าในกรณีจําเป็นเราสามารถใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดมาใช้แทนได้ เมื่อเปิดออกมาแล้ว ฝาให้หงายขึ้น เติมน้ำ เติมน้ำประมาณ 3 ใน 4 ของกระป๋อง ไม่จําเป็นต้องเติมให้เต็ม เพราะว่าระหว่างการทํางานของเครื่องอาจจะทําให้เกิดฟองของน้ำ และทําให้น้ำกระฉอกออกจากตัวกระป๋องได้ ปิดกระป๋องให้แน่นในแต่ละเครื่อง เขาจะมีท...