Select Page

โดยปกติคนเราจะสามารถทานน้ำตาลได้ 4-6 ช้อนชาจึงจะเหมาะสม (ขึ้นอยู่กับเพศ) หากคิดเป็นแคลอรี่จะอยู่ที่ไม่เกิน 150 กิโลแคลอรี่ในผู้ชาย และ 100 กิโลแคลอรี่ในผู้หญิง ถ้าทานมากเกินไปจะเกิดผลเสีย ข้อเสียของการทานน้ำตาลมากเกินไป มีดังนี้

  1. เสพติดน้ำตาล น้ำตาลมีกลไกการออกฤทธิ์คล้ายยาเสพติดอย่างอ่อนๆ ทำให้คุณรู้สึกอยากกินของหวานทุกวัน น้ำตาลยังทำให้เกิดการหลั่งของสารเซโรโทนินมากขึ้นซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้รู้สึกมีความสุข นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบกินขนมหวานและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทาน และเมื่อรับประทานน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้คุณรู้สึกหิวมากขึ้น
  2. ฟันผุ อาจเกิดจากแผ่นคราบจุลินทรีย์ของน้ำตาลที่อยู่ในอาหารที่ทานติดแน่นที่ฟัน พอสะสมมากๆ ก็จะกลายเป็นคราบพลัค หากทิ้งไว้นานจะแปรเปลี่ยนเป็นกรดเข้าไปทำลายหน้าฟัน นำไปสู่การฟันผุในอนาคตได้ การแปรงฟันหลังทานของหวาน หรืออาหารที่มีรสหวานมาก จึงช่วยลดปัญหานี้ได้
  3. เกิดการอักเสบในร่างกายได้ ใครที่ชอบปวดตามข้อ หรือปวดเท้าบ่อยๆ ผิวหนังแห้ง สิวหายยาก อาจต้องมองกลับไปว่าเราทานน้ำตาลมากเกินไปรึเปล่า เพราะข้อเสียของน้ำตาลอาจทำให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์ และหากทานมากๆ อย่างต่อเนื่องก็ส่งผลให้เซลล์บางอย่างเสื่อมได้
  4. แก่ก่อนวัย น้ำตาลจะไปทำปฏิกิริยาออกซิแดนซ์ และไกลเคชั่น จึงส่งผลต่อโครงสร้างของคอลลาเจนและอิลาสติน ที่มีผลช่วยคงและพัฒนาผิวให้ดูกระชับ ไม่แห้งกร้าน ซึ่งหากโครงสร้างเหล่านี้อ่อนแอ มีผลทำให้ผิวมีริ้วรอย หมองคล้ำได้ และผิวแก่เร็วกว่าวัย
  5. ท้องอืดง่าย หากร่างกายมีน้ำตาลสูงมาก โดยเฉพาะน้ำตาลสังเคราะห์ ก็จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับระบบย่อยอาหาร และอาจเกิดแก๊สในกระเพาะ นำไปสู่อาการท้องอืดได้ การจำกัดการทานน้ำตาลต่อวันจึงช่วยลดโอกาสการเกิดอาการเหล่านี้ได้เช่นกัน

เนื่องจากน้ำตาลมีข้อเสียหลายประการ ดังนั้น จึงควรทานน้ำตาลให้เหมาะสม เลี่ยงการทานหวานมากเกินไป ฝึกทานน้ำตาลให้น้อยๆ ไม่ติดหวาน หมั่นออกกำลังกายให้ร่างกายดึงน้ำตาลไปใช้ เพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง