Select Page

เคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมครับ ว่าวันหนึ่งเราควรกินแค่ไหนดี ? หนึ่งมื้อควรกินแค่ไหน ? หลายคนแค่รู้ว่าท้องอิ่ม เท่ากับปริมาณที่ร่างกายต้องการ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมาแต่ไหนแต่ไร เพราะถูกโปรแกรมไว้ตั้งแต่เด็ก ว่าให้กินข้าวเช้า 1 จาน ข้าวกลางวัน 1 จาน และ ข้าวเย็น 1 จาน ส่วนของหวาน ขนมระหว่างมื้อก็ตามอารมณ์

ผมก็เคยคิดแบบนั้น เวลาไปร้านอาหารตามสั่ง ผมคนหนึ่งที่สั่งอะไรต้อง “พิเศษ” เสมอ มาตั้งแต่เด็ก เพราะติดว่าธรรมดามันน้อยไป ต้องพิเศษถึงจะเต็มท้องพอดี ถ้ากินแบบธรรมดาก็ต้องต่อของหวานกันอีกสักหน่อย จะได้แน่นท้อง แบบภาพล่างนี่ไม่พอท้อง ต้องต่อของหวานแน่นอน ซึ่งไม่แปลกที่น้ำหนักผมเคยขึ้นไปถึง 140 กิโลกรัมขึ้นไป

ความคิดที่จะกินรองท้องมื้อเช้าด้วย ไข่ดาว กับ เบคอน แล้วอิ่มแบบฝรั่งนี่ เป็นเรื่องตลกมากในความคิดผมตั้งแต่เด็ก เคยคิดว่าคงอดตายแน่ถ้าต้องไปอยู่อเมริกา

เรากินเพราะความอยาก

หิวมื้อเที่ยง มื้อกลางวัน มื้อเย็น แค่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น จริงๆ เราต้องการอาหารเมื่อร่างกายได้รับไม่เพียงพอเท่านั้น

ลองคิดดีๆ นะครับว่า

“ไม่มีสัตว์ชนิดไหนบนโลกที่ได้กินจนอิ่มท้อง นอกจากมนุษย์ยุคปัจจุบัน” ที่สัตว์บางตัวกินจนแน่นเพราะไม่รู้ว่ามื้อต่อไปจะมีกินหรือเปล่า

“ไม่มีสัตว์ชนิดไหนที่ได้กิน 3 มื้อ” เพราะต้องหาอาหาร มีกินบ้าง อดบ้าง เป็นเรื่องธรรมชาติ ยกเว้นเราให้อาหารเป็นเวลาจนมันเคยชิน

แทบไม่มีกลไกไหนในร่างกายที่บอกว่า เราต้องกินอาหารสามมื้อ มโนไปเองล้วนๆ กินวันละมื้อแบบพระก็อยู่ได้

เป็นเหตุผลหนึ่งที่การไดเอ็ตแบบ Intermittent Fasting ได้รับความนิยม เพราะถือเป็นการฝึกจิตใจลดความอยากไปในตัว

ถามตัวเองทุกครั้ง เวลาหิว

หิวจริง กับ หิวหลอก ต่างกันมาก เราถูกกระตุ้นให้หิวได้จากหลายทาง ทั้ง เครียด ปัญหาชีวิต มีเรื่องยินดี ดู Facebook, IG, Twitter ทำให้เกิดความหิว ซึ่งไม่ใช่ความหิวจริง

เช็คอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง เวลาก่อนกิน และหลังกิน ทุกครั้ง ว่าเรารู้สึกยังไง ถ้าตั้งใจลดน้ำหนักอยู่ฉันต้องหลีกเลี่ยงไปก่อน

ถ้าหยุดไม่อยู่ ลองกินไปตามความอยากดู แล้วไปชั่งน้ำหนักภายหลัง ถ้าเพิ่มขึ้นและมั่นใจว่ามาจากมื้อที่หยุดไม่อยู่ เอาความรู้สึกผิดตรงนั้นจำให้แม่น

ถ้าขี้ลืม บันทึกเสียง ถ่ายคลิปลงมือถือเลยก็ยังได้ ว่าเศร้าแค่ไหนที่หยุดตัวเองไม่ได้ เอาความฮึดตรงนั้นไปลดปริมาณอาหารในมื้อต่อๆ ไปให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ใช้ความขี้เกียจให้เป็นประโยชน์

วิธีเลี่ยงอาหารมีหลายวิธี สำหรับคนขี้เกียจออกกำลังกาย ออกจากบ้าน เดินวันละไม่กี่ก้าว มีวิธีง่ายๆ วิธีหนึ่งที่อาจได้ผล

“ขี้เกียจกิน ขี้เกียจสั่งอาหารออนไลน์”

นึกภาพตัวเองเหมือนติดเกาะ ไม่มีอาหารอะไรในตู้เย็น นอกจากผักและผลไม้ กับของมีประโยชน์ที่พลังงานต่ำ

แค่นี้ก็ควรจะลดน้ำหนักวันหยุดที่อยู่บ้านได้ไม่ยากแล้วครับ

ทิ้งท้าย

“ความอยาก” และ “ความหิว” ต่างกันเยอะ ร่างกายหิวจริงๆ ตอนท้องว่าง ไม่ได้หิวทั้งวัน

การปรับลดความอยากเป็นเรื่องยาก ต้องค่อยๆ ฝึกกันไป ลองลดปริมาณอาหารที่ทานก่อน เริ่มตั้งแต่มื้อต่อไป หรือ วันหยุดก็ได้

ส่วนเรื่องนับแคล การลดความอ้วน ลดไขมัน ไม่จำเป็นต้องนับแคลเสมอ สามารถลองปรับลดมื้อเย็นเพื่อลดน้ำหนักก็ได้ แต่การนับแคลอรี่ก็ช่วยให้ประมาณอะไรได้เยอะมากขึ้น ดีกว่าการลดด้วยความรู้สึก และจะได้ไม่ลดน้ำหนักมากเกินไปจนไม่มีพลังงานทำอย่างอื่นและเกิดอันตรายได้